ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ผู้เป็นสาวกของ
พระสุคตผู้ทรงภูริปัญญา บรรลุคุณธรรม
วิเศษแล้วในสุธรรมาสภานี้ ไพโรจน์ล่วง
เทพเหล่าอื่นด้วยวรรณะ ด้วยยศและอายุ.
ทวยเทพ ชั้น ดาวดึงส์ พร้อมกับ พระ-
อินทร์ถวายนมัสการพระตถาคตและความ
ที่พระธรรมเป็นธรรมดี เห็นเหตุนี้แล้วย่อม
บันเทิง ดังนี้.
[๑๙๔] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทราบว่า เพราะเหตุนั้น เทวดาชั้น
ดาวดึงส์ จึงดีใจเกิดปีติและโสมนัสยิ่งประมาณว่า ทิพยกายบริบูรณ์หนอ
อสุรกายย่อมเสื่อมไป ครั้งนั้น ท้าวมหาราชทั้งสี่ ถึงแม้จะมีคำที่เทวดาชั้นดาว-
ดึงส์คิดกันปรึกษากันถึงความประสงค์ ซึ่งเป็นเหตุให้นั่งประชุม ณ สุธรรมา
สภากล่าวแล้ว ก็มีในข้อประสงค์นั้น ท้าวมหาราชทั้งสี่แม้รับคำสั่งกำชับมาแล้ว
ก็มีในข้อประสงค์นั้น ยืนอยู่บนอาสนะของตน ๆ ไม่หลีกไป.
ท้าวมหาราชเหล่านั้นผู้รับถ้อยคำ รับ
คำสั่งแล้ว มีใจผ่องใส สงบระงับ ยืนอยู่
บนอาสนะของตน ๆ ดังนี้.
[๑๙๕] ครั้งนั้นแล ในทิศอุดร แสงสว่างอย่างยิ่งเกิดขึ้น โอภาส
ปรากฏล่วงซึ่งเทวานุภาพแห่งเทพทั้งหลาย ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพ จึง
ตรัสเรียกทวยเทพชั้นดาวดึงส์ว่า ดูก่อนท่านผู้นิรทุกข์ นิมิตปรากฏ แสงสว่าง
เกิดขึ้น โอภาสปรากฏ พรหมจักเกิดฉันใด ข้อที่ว่าแสงสว่างเกิดขึ้น โอภาส
ปรากฏนั่น เป็นบุพพนิมิตเพื่อเกิดของพรหม ฉันนั้น.