Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 13 หน้าที่ 536

เล่ม มมร. 13 หน้า 536 ข้อ 194 195
ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ผู้เป็นสาวกของ พระสุคตผู้ทรงภูริปัญญา บรรลุคุณธรรม วิเศษแล้วในสุธรรมาสภานี้ ไพโรจน์ล่วง เทพเหล่าอื่นด้วยวรรณะ ด้วยยศและอายุ. ทวยเทพ ชั้น ดาวดึงส์ พร้อมกับ พระ- อินทร์ถวายนมัสการพระตถาคตและความ ที่พระธรรมเป็นธรรมดี เห็นเหตุนี้แล้วย่อม บันเทิง ดังนี้. [๑๙๔] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทราบว่า เพราะเหตุนั้น เทวดาชั้น ดาวดึงส์ จึงดีใจเกิดปีติและโสมนัสยิ่งประมาณว่า ทิพยกายบริบูรณ์หนอ อสุรกายย่อมเสื่อมไป ครั้งนั้น ท้าวมหาราชทั้งสี่ ถึงแม้จะมีคำที่เทวดาชั้นดาว- ดึงส์คิดกันปรึกษากันถึงความประสงค์ ซึ่งเป็นเหตุให้นั่งประชุม ณ สุธรรมา สภากล่าวแล้ว ก็มีในข้อประสงค์นั้น ท้าวมหาราชทั้งสี่แม้รับคำสั่งกำชับมาแล้ว ก็มีในข้อประสงค์นั้น ยืนอยู่บนอาสนะของตน ๆ ไม่หลีกไป. ท้าวมหาราชเหล่านั้นผู้รับถ้อยคำ รับ คำสั่งแล้ว มีใจผ่องใส สงบระงับ ยืนอยู่ บนอาสนะของตน ๆ ดังนี้. [๑๙๕] ครั้งนั้นแล ในทิศอุดร แสงสว่างอย่างยิ่งเกิดขึ้น โอภาส ปรากฏล่วงซึ่งเทวานุภาพแห่งเทพทั้งหลาย ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพ จึง ตรัสเรียกทวยเทพชั้นดาวดึงส์ว่า ดูก่อนท่านผู้นิรทุกข์ นิมิตปรากฏ แสงสว่าง เกิดขึ้น โอภาสปรากฏ พรหมจักเกิดฉันใด ข้อที่ว่าแสงสว่างเกิดขึ้น โอภาส ปรากฏนั่น เป็นบุพพนิมิตเพื่อเกิดของพรหม ฉันนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka