ในที่นี้ รัฐบาลเถระทำฉันทะเป็นธุระ ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดแล้ว
โสณเถระ กระทำวิริยเป็นธุระ สัมภูตเถระ กระทำจิตเป็นธุระ ท่านโมฆราชผู้มี
อายุทำวิมังสาเป็นธุระ ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น. ในข้อนี้ ครั้นบุตรอำมาตย์
ทั้ง ๔ คน ปรารถนาฐานันดร เข้าไปอาศัยพระราชาอยู่ คนหนึ่งเกิดความ
พอใจในการบำรุงรู้อัธยาศัย และความชอบพระทัยของพระราชา คอยบำรุง
ทั้งกลางวัน และกลางคืน ยังพระราชาให้พอพระราชหฤทัย แล้วได้ฐานันดร
ฉันใด พึงทราบพระภิกษุผู้ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้นด้วยฉันทธุระฉันนั้น.
ส่วนคนหนึ่ง คิดว่า ใครจะสามารถเพื่อบำรุงทุกวัน ๆ ได้ เมื่อกิจเกิดขึ้นเราจะ
ยังพระราชาให้พอพระทัยด้วยความพยายาม ครั้นปัจจันตชนบท เกิดจลาจลถูก
พระราชาส่งไปปราบศัตรูด้วยความพยายาม ถึงแล้วซึ่งฐานันดรฉันใด ภิกษุนั้น
ให้โลกุตตรธรรมเกิดขึ้นด้วยวิริยธุระ พึงทราบฉันนั้น. คนหนึ่ง คิดว่า แม้การ
บำรุงทุกวัน ๆ เป็นภาระหนัก เหมือนลูกศรเสียบอกทีเดียว เราจะยังพระราชา
ให้พอพระทัยด้วยอำนาจมนต์ จึงยังพระราชาให้พอพระหฤทัยด้วยการร่ายมนต์
เพราะวิชาภูมิศาสตร์ได้อบรมไว้แล้ว ถึงฐานันดรฉันใด ภิกษุนั้น ผู้ยังโลกุตตร
ธรรมให้เกิดขึ้นด้วยจิตธุระ พึงทราบฉันนั้น. บุตรอำมาตย์คนอื่นคิดว่า ชื่อว่า
พระราชาย่อมพระราชทานฐานันดรแก่ผู้ถึงพร้อมด้วยชาติ ด้วยการบำรุงเป็นต้น
เหล่านี้ เมื่อทรงพระราชทานแก่บุคคลเช่นนั้น ก็จะทรงพระราชทานแก่เรา
อาศัยชาติสัมปทาอย่างเดียว ก็ถึงซึ่งฐานันดร ฉันใด ภิกษุนั้น อาศัยวิมังสา
อันบริสุทธิ์ดี ยังโลกุตตรธรรมเกิดขึ้นด้วยวิมังสาธุระ พึงทราบฉันนั้น.
บทว่า อเนกวิหิตํ ความว่า วิธีไม่ใช่หนึ่ง. บทว่า อิทฺธิวิธํ
ความว่า ส่วนของอิทธิ.
บทว่า สุขสฺสาธิคมาย ความว่า เพื่อบรรลุถึงฌานสุข มรรคสุข
และผลสุข. บทว่า สํสฏฺโ ความว่า จิตตสัมปยุต. บทว่า อริยธมฺมํ