Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 13 หน้าที่ 557

เล่ม มมร. 13 หน้า 557 ข้อ 208
นิโรธ. บทว่า สุขา ภิยฺโย โสมนสฺสํ ความว่า โสมนัสอื่น ๆ แก่ผู้ออก แล้ว จากผลสมาบัติ. บทว่า ทุติโย โอกาสาธิคโม ความว่า จตุถฌาน ข่มสุขทุกข์ ถือโอกาสตนตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ทุติโย โอ- กาสาธิคโม. ส่วนทุติยฌาน และตติยฌาน ท่านถือเอาแล้วใน จตุถฌานนั่น เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่กล่าวแยกต่างหาก. ในบทว่า อิทํ กุสลํ เป็นต้น มีอรรถาธิบาย ดังนี้. กุสลกรรมบถสิบ ชื่อว่า กุสล. บทว่า อกุสลํ ได้แก่อกุศลกรรมบถสิบ. แม้สาวัชชทุกเป็นต้น พึงทราบด้วย สามารถแห่งอกุศลกรรมบถสิบเหล่านั้นเทียว. ก็นั่นทั้งหมดเป็น กัณหะ สุกะ และ สปฏิภาค จึงชื่อว่า กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคํ. ก็นิพพานเท่านั้น เป็นอัปปฏิภาค. บทว่า อวิชฺชา ปหียติ ความว่า อวิชชา ซึ่งปกปิดวัฏฏะ ย่อม ละได้. บทว่า วิชฺชา อุปฺปชฺชติ ความว่า อรหัตตมรรควิชชา ย่อมเกิดขึ้น. บทว่า สุขํ คือ สุขอันเกิดแต่อรหัตตมรรคและผล. บทว่า สุขา ภิยฺโย โสมนสฺสํ ความว่า โสมนัสอื่น ๆ ของผู้ออกแล้วจากผลสมาบัติ. บทว่า ตติโย โอกา- สาธิคโม ความว่า อรหัตตมรรค ข่มกิเลสทั้งหมด ถือโอกาสตนแล้วตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ตติโย โอกาสาธิคโม. ส่วนมรรคที่เหลือ เมื่ออรหัตตมรรคถือเอาแล้ว ก็ประมวลเข้ากันได้ จึงไม่กล่าวแยกต่างหาก. ส่วน โอกาสาธิคม ๓ ประการนี้ พึงกล่าวอย่างพิสดาร ด้วยสามารถ อารมณ์ ๓๘ ประการ. อย่างไร. ท่านกำหนดอารมณ์ทั้งหมดด้วยสามารถอุปจาร และอัปปนา โดยนัยที่กล่าวแล้วในวิสุทธิมรรคนั่นเทียว กล่าวถึงปฐมฌานใน ฐานะ ๒๔ ประการว่า ปโม โอกาสาธิคโม. ท่านกำหนดทุติยฌาน และ ตติยฌาน ในฐานะ ๑๓ ประการ และจตุตถฌาน ในฐานะ ๑๕ ประการให้ถึง นิโรธสมาบัติกล่าวว่า ทุติโย โอกาสาธิคโม. ส่วน อุปจารฌาน ๑๐ ประการ เป็นปทัฏฐาน แห่งมรรครวมเข้ากับโอกาสาธิคมที่ ๓. อนึ่ง พึงกล่าวแม้ด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka