Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 16 หน้าที่ 60

เล่ม มมร. 16 หน้า 60 ข้อ 171
ถ้อยคำของพระองค์. บทว่า พึงตรวจตรา คือ ควรตรวจตราตามความ พอ ใจในสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ. บทว่า มหิมํ ตัดบทเป็น มหึ อิมํ. บทว่า ปิยวทู หิตสุขตํ ชิคึสมาโน คือเป็นผู้พูดน่ารักมุ่งประโยชน์และสุข. บทว่า วจนปฏิก- รสฺสาภิปฺปสนฺนา ตัดบทเป็น วจนปฏิกรา อสฺส อภิปฺปสนฺนา. บทว่า ธมฺมานุธมฺมํ คือธรรมและสมควรแก่ธรรม. บทว่า อตฺถูปสญฺหิตํ ได้แก่อาศัยประโยชน์โลกนี้และโลกหน้า บทว่า ประกอบด้วยธรรม คืออาศัยกุศลกรรมบถ ๑๐ บทว่า แนะนำ ชนเป็นอันมาก คือกล่าวถ้อยคำชี้แจงแก่ชนเป็นอันมาก. บทว่า ปาณีนํ ได้แก่สัตว์ทั้งหลาย. บทว่า ทั้งปวงมีอาทิว่าเป็นผู้เลิศเป็นไวพจน์ของกัน และกัน. วาจาเป็นวาจาภาษิต เป็นวาจายกให้เด่น เป็นวาจาประกอบด้วย ประโยชน์ตลอดกาลนาน ชื่อว่ากรรม ในที่นี้. ชนใด ไม่กล่าววาจาอีก ให้เด่นเห็นปานนี้ ชนนั้นจงรู้ถึงผู้ไม่กล่าวด้วยวาจายกให้เด่นด้วยเหตุนี้ ดังนั้นจึงเป็นผู้มีเท้าดุจสังข์ในเบื้องต่ำ และมีขนลงเบื้องต่ำ ชื่อว่าคล้าย กรรม โลกพร้อมด้วยเทวโลก จงรู้ความที่พระตถาคตทรงกล่าววาจายกให้ เด่นเห็นปานนี้ตลอดกาลนานด้วยเหตุนี้ ดังนั้นพระลักษณะคือมีพระบาท เหมือนสังข์คว่ำ และพระลักษณะคือมีพระโลมามีปลายช้อยขึ้นข้างบนย่อม เกิดขึ้น. ลักษะทั้งสองนี้แหละ ชื่อ ลักษณะ. ความเป็นผู้สูงสุดชื่อว่า อานิสงส์. คำว่า เอริยํ ได้แก่กล่าวอยู่. คำว่า พหุชนํ นิทํสยิ ได้แก่แสดง ประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก. คำว่า ธมฺมยาคํ ได้แก่ยัญ คือธรรม ทาน. คำว่า อุพฺภมุมฺปติตโลมวา สโส ความว่ามี พระโลมาตั้งขึ้น. คำว่า ปาทคณฺิรหุ ได้แก่ข้อพระบาททั้งสอง. คำว่า สาธุ สณฺิตา ได้แก่ตั้งไว้อย่างดี. คำว่า มงฺสโลหิตาจิตา ความว่า มีพระมังสะและพระ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka