Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 501

<< | หน้าที่ 501 | >>
พระองค์ผู้ทรงมีฌาน ทรงยินดีลมอัสสาสะปัสสาสะ

ทรงมีจิตตั้งมั่นดีภายใน

ดำเนินไปก็ทรงมีจิตตั้งมั่น ประทับยืนก็ทรงมีจิตตั้งมั่น

บรรทมก็ทรงมีจิตตั้งมั่น ประทับนั่งก็ทรงมีจิตตั้งมั่น

ทรงสำรวมแล้วในทวารทั้งปวง

นี้เป็นสมบัติของพระองค์ผู้ทรงพระนามว่านาค

พระองค์ผู้ทรงพระนามว่านาค

เสวยแต่สิ่งที่ไม่มีโทษ ไม่เสวยสิ่งที่มีโทษ

ได้อาหารและเครื่องนุ่งห่มแล้ว

ทรงเว้นการสะสม

ทรงตัดสังโยชน์เครื่องผูกพันน้อยใหญ่ทั้งปวงได้

จะเสด็จไป ณ ที่ใด ๆ ก็ไม่มีความห่วงใยเสด็จไปในที่นั้น ๆ

ดอกบัวขาว มีกลิ่นหอม

น่ารื่นรมย์ใจ เกิดในน้ำ

เจริญในน้ำ ไม่แปดเปื้อนด้วยน้ำ ฉันใด

พระองค์ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ทรงอุบัติดีแล้วในโลก เป็นพระพุทธเจ้าในโลก

แต่ไม่ติดอยู่กับโลก

เหมือนดอกบัวหลวงไม่เปียกน้ำ ฉะนั้น

ไฟกองใหญ่ลุกโชนโชติช่วง

ย่อมดับเพราะหมดเชื้อ ฉันใด

พระองค์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

เมื่อสังขารทั้งหลายสงบระงับไปแล้ว

ชาวโลกก็เรียกกันว่าทรงนิพพานแล้ว

ข้ออุปมาที่ให้รู้เนื้อความชัดแจ้งนี้

๑ ลมอัสสาสะปัสสาสะ ในที่นี้หมายถึงผลสมาบัติ (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๔๓/๑๒๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka