เสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุตติยฌานที่พระอริยะสรรเสริญว่า ‘ผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข’ เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว บรรลุ จตุตถฌานที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่”
“นันทมาตา น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ”
๗. “ท่านผู้เจริญ ธรรมที่น่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏของดิฉัน มิใช่มีเท่านี้ ธรรมที่น่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏของดิฉัน แม้อย่างอื่นก็ยังมีอยู่ บรรดาสังโยชน์ เบื้องต่ำ ๕ ประการที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว ดิฉันไม่เห็นสังโยชน์อะไรในตน เองที่ยังละไม่ได้”
“นันทมาตา น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ”
ลำดับนั้นแล ท่านพระสารีบุตรได้ชี้แจงให้นันทมาตาอุบาสิกาเห็นชัด ชวนใจให้ อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริง ด้วยธรรมีกถา ลุกจากอาสนะแล้วจากไป
นันทมาตาสูตรที่ ๑๐ จบ
มหายัญญวรรคที่ ๕ จบ
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สัตตวิญญาณัฏฐิติสูตร ๒. สมาธิปริกขารสูตร
๓. ปฐมอัคคิสูตร ๔. ทุติยอัคคิสูตร
๕. ปฐมสัญญาสูตร ๖. ทุติยสัญญาสูตร
๗. เมถุนสูตร ๘. สังโยคสูตร
๙. ทานมหัปผลสูตร ๑๐. นันทมาตาสูตร
ปัณณาสก์ จบ