Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 97

<< | หน้าที่ 97 | >>
๖. อัพยากตวรรค


หมวดว่าด้วยเรื่องที่ไม่พยากรณ์


๑. อัพยากตสูตร


ว่าด้วยเรื่องที่ไม่พยากรณ์


{๕๑} [๕๔] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระอริยสาวกผู้ได้สดับ ไม่เกิดความลังเลสงสัยในเรื่องที่ไม่ควรพยากรณ์”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ภิกษุ เพราะทิฏฐิ ๑ ดับไป อริยสาวกผู้ได้สดับจึงไม่ เกิดความลังเลสงสัยในเรื่องที่ไม่ควรพยากรณ์ คือ

๑. ทิฏฐินี้ว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคต ๒ เกิดอีก’ ทิฏฐินี้ว่า ‘หลังจาก ตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีก’ ทิฏฐินี้ว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคต เกิดอีกและไม่เกิดอีก’ ทิฏฐินี้ว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่า เกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’

ปุถุชนผู้มิได้สดับย่อมไม่รู้ชัดทิฏฐิ ๓ ไม่รู้ชัดเหตุเกิดทิฏฐิ ไม่รู้ชัด ความดับทิฏฐิ ไม่รู้ชัดข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทิฏฐิ ทิฏฐินั้นย่อม เจริญแก่เขา เขาย่อมไม่หลุดพ้นจากชาติ(ความเกิด) ชรา(ความแก่) มรณะ(ความตาย) โสกะ(ความเศร้าโศก) ปริเทวะ (ความคร่ำครวญ) ทุกข์(ความทุกข์กาย) โทมนัส (ความทุกข์ใจ) และอุปายาส (ความ คับแค้นใจ) เรากล่าวว่า ไม่หลุดพ้นจากทุกข์

๑ ทิฏฐิ ในที่นี้หมายถึงมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๕๔/๑๘๙)
๒ ตถาคต ในที่นี้เป็นคำที่ลัทธิอื่นๆ ใช้มาก่อนพุทธกาล หมายถึงอัตตา (อาตมัน) ไม่ได้หมายถึงพระพุทธเจ้า อรรถกถาอธิบายว่า หมายถึงสัตว์ (เทียบ ที.สี.อ. ๑/๖๕/๑๐๘, องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๕๔/๑๘๙)
๓ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทิฏฐิ ในที่นี้หมายถึงโสดาปัตติมรรค (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๕๔/๑๙๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka