Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 277

<< | หน้าที่ 277 | >>
อุบัติขึ้นแล้วในโลกนี้ และแสดงธรรมที่จะนำความสงบมาให้ เป็นไปเพื่อปรินิพพาน ให้ถึงการตรัสรู้ ที่พระสุคตทรงประกาศแล้ว และบุคคลนี้กลับมาเกิดในมัชฌิมชนบท และเป็นผู้มีปัญญา ไม่โง่เขลา ไม่เป็นคนเซอะ สามารถรู้เนื้อความแห่งสุภาษิตและ ทุพภาษิตได้ ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นขณะและสมัยที่จะอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ประการ เดียวเท่านั้น

พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดาได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า

เหล่าชนผู้ได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว

เมื่อพระตถาคตทรงประกาศสัทธรรมดีแล้ว

ยังไม่ได้ขณะ ชื่อว่าปล่อยขณะให้ล่วงไป

ชนหมู่มากกล่าวถึงกาลที่มิใช่ขณะว่าทำอันตรายต่อมรรค

พระตถาคตทั้งหลายทรงอุบัติขึ้นในโลกเพียงบางครั้งบางคราว

สิ่งที่มาพร้อมกันที่หาได้ยากในโลก คือ

การได้กำเนิดเป็นมนุษย์และการแสดงสัทธรรม

ชนผู้ใคร่ประโยชน์ ควรพยายามในกาลดังกล่าวมานั้น

บุคคลควรเข้าใจสัทธรรม

ขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย

เพราะคนผู้ล่วงเลยขณะไป

ย่อมยัดเยียดเศร้าโศกอยู่ในนรก

หากเขาปล่อยประโยชน์ให้เสียไป

ไม่บรรลุความเป็นผู้แน่นอนต่อสัทธรรมในโลกนี้ได้

จักเดือดร้อนในภายหลังสิ้นกาลนาน

เหมือนพ่อค้าผู้ปล่อยประโยชน์ให้เสียไป ฉะนั้น

คนผู้ถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้ พรากจากสัทธรรม

จักเสวยสังสารวัฏคือชาติและมรณะสิ้นกาลนาน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka