Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 278

<< | หน้าที่ 278 | >>
ส่วนชนเหล่าใดได้ความเป็นมนุษย์แล้ว

เมื่อพระตถาคตทรงประกาศสัทธรรมดีแล้ว

ได้ทำแล้ว จักทำ หรือกำลังทำตามพระดำรัสของพระศาสดา

ปฏิบัติตามแนวทางที่พระตถาคตทรงประกาศแล้ว

ชนเหล่านั้นชื่อว่าได้รู้แจ้งขณะ

คือพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยมในโลก

บุคคลพึงเป็นผู้คุ้มครองสังวร ที่พระตถาคตผู้มีพระจักษุ

ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ทรงแสดงแล้ว

พึงเป็นผู้ไม่ชุ่มด้วยราคะ มีสติอยู่ทุกเมื่อ

ชนเหล่าใดตัดอนุสัยทั้งปวงที่ไปตามฝั่งคือบ่วงแห่งมาร

เป็นผู้ถึงความสิ้นอาสวะแล้ว

ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ถึงฝั่ง ในโลก

อักขณสูตรที่ ๙ จบ


๑๐. อนุรุทธมหาวิตักกสูตร


ว่าด้วยมหาปุริสวิตกของพระอนุรุทธะ


{๑๒๐} [๓๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในป่าเภสกฬามิคทายวัน เขต กรุงสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ สมัยนั้นแล ท่านพระอนุรุทธะอยู่ที่ปาจีนวังสทายวัน ครั้งนั้น ท่านพระอนุรุทธหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด เกิดความคิดอย่างนี้ว่า “นี้เป็นธรรม

๑ สังวร ในที่นี้หมายถึงสีลสังวร (องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๒๙/๒๔๙)
๒ ฝั่ง ในที่นี้หมายถึงพระนิพพาน (องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๒๙/๒๔๙)
๓ สุงสุมารคิระ หมายถึงชื่อนครหลวงแห่งแคว้นภัคคะที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาที่ ๘ สุงสุมารคีรี ก็เรียก
๔ ธรรม ในที่นี้หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ (องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๓๐/๒๕๐) และดู ที.ปา. ๑๑/๓๕๘/๒๖๙

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka