Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 12

<< | หน้าที่ 12 | >>
ท่านเหล่านั้นก็จะไม่ถือกำเนิดในภพที่ ๘

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๑๐] พระโสดาบันนั้นละธรรม ๓ ประการ คือ

สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส

พร้อมกับการบรรลุโสดาปัตติมรรคได้แล้ว

แม้จะมีกิเลสบางอย่างเหลืออยู่

[๑๑] พระโสดาบันนั้นพ้นแล้วจากอบายทั้งสี่

และจะไม่ทำอภิฐาน ๖

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๑๒] ถึงแม้ว่า พระโสดาบันนั้นจะทำบาปกรรม

ทางกาย ทางวาจา หรือทางใจไปบ้าง

ท่านก็ไม่ปกปิดบาปกรรมนั้นไว้

เรากล่าวว่าผู้เห็นบท แล้ว ไม่อาจทำอย่างนั้นได้

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

๑ ไม่ถือกำเนิดในภพที่ ๘ หมายถึงไม่เกิดในภพที่ ๘ เพราะท่านเหล่านั้นละสังโยชน์ ๓ ประการ (สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส) ได้แล้ว และจะเวียนเกิดเวียนตายในเทวโลกและมนุษยโลกอย่างมากไม่เกิน ๗ ครั้ง แล้วบรรลุอรหัตตผล เพราะนามรูปดับไปในภพที่ ๗ นั่นเอง (ขุ.ขุ.อ. ๖/๑๖๓-๑๖๔)
๒ อภิ.ก. ๓๗/๒๗๘/๑๐๓
๓ อบายทั้งสี่ หมายถึงภูมิที่ปราศจากความเจริญ มี ๔ คือ นรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน เปรต และอสุรกาย (ขุ.ขุ.อ. ๖/๑๖๕)
๔ อภิฐาน ๖ หมายถึงฐานะอันหนัก ๖ ประการ ได้แก่ (๑) ฆ่ามารดา (๒) ฆ่าบิดา (๓) ฆ่าพระอรหันต์ (๔) ทำโลหิตของพระพุทธเจ้าให้ห้อ (๕) ทำให้สงฆ์แตกกัน (๖) เข้ารีตศาสดาอื่น (ขุ.ขุ.อ. ๖/๑๖๖)
๕ บาปกรรม ในที่นี้หมายถึงการต้องอาบัติเบา เช่น ต้องอาบัติเพราะนอนร่วมกับสามเณรเป็นต้น มิได้ หมายถึงอาบัติหนัก (ขุ.ขุ.อ. ๖/๑๖๗) และดู วิ.มหา. (แปล) ๒/๕๐/๒๓๘ ประกอบ
๖ บท ในที่นี้หมายถึงทางแห่งนิพพาน (ขุ.ขุ.อ. ๖/๑๖๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka