Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 13

<< | หน้าที่ 13 | >>
[๑๓] พุ่มไม้งามในป่า ซึ่งมียอดออกดอกบานสะพรั่ง

ในต้นเดือนห้าแห่งคิมหันตฤดู งามอย่างยิ่ง ฉันใด

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ

ที่ให้ถึงนิพพาน เพื่อประโยชน์อย่างยิ่ง ฉันนั้น

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๑๔] พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงรู้ธรรมอันประเสริฐ

ทรงประทานธรรมอันประเสริฐ ทรงนำทางอันประเสริฐมาให้

ทรงเป็นผู้ยอดเยี่ยมกว่าใคร ๆ ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐไว้

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

[๑๕] พระขีณาสพเหล่าใดสิ้นภพเก่าแล้ว ไม่มีการเกิดใหม่

ทั้งมีจิตเบื่อหน่ายในภพที่จะเกิดต่อไป

ท่านเหล่านั้นชื่อว่า มีพืช สิ้นแล้ว ไม่มีฉันทะงอกขึ้น เป็นปราชญ์

ย่อมดับสนิทเหมือนประทีปดวงนี้ดับไป

นี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์

ด้วยสัจจะนี้ ขอให้มีความสวัสดี

(ท้าวสักกะจอมเทพกราบทูลเป็นคาถา ดังนี้ )

[๑๖] ภูตทั้งหลายผู้สิงสถิตอยู่บนภาคพื้น

หรือผู้สิงสถิตอยู่ในอากาศ ที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้

๑ พืช ในที่นี้หมายถึงปฏิสนธิวิญญาณ (ขุ.ขุ.อ. ๖/๑๗๑) และดู องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๗๗/๓๐๐ ประกอบ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka