Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 20

<< | หน้าที่ 20 | >>
[๑๖] บุญสัมปทา นี้มีประโยชน์มากอย่างนี้

เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้เป็นปราชญ์

จึงสรรเสริญภาวะแห่งบุญที่ทำไว้แล้ว

นิธิกัณฑสูตร จบ


๙. เมตตสูตร


ว่าด้วยการแผ่เมตตา


{๑๐} (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ป่า ดังนี้)

[๑] ผู้ฉลาดในประโยชน์มุ่งหวังบรรลุสันตบท

ควรบำเพ็ญกรณียกิจ ควรเป็นผู้อาจหาญ ซื่อตรง

เคร่งครัด ว่าง่าย อ่อนโยน และไม่เย่อหยิ่ง

[๒] ควรเป็นผู้สันโดษ เลี้ยงง่าย มีกิจน้อย

มีความประพฤติเบา มีอินทรีย์สงบ มีปัญญารักษาตน

ไม่คะนอง ไม่ยึดติดในตระกูลทั้งหลาย

๑ บุญสัมปทา หมายถึงความถึงพร้อมแห่งบุญ (ขุ.ขุ.อ. ๘/๒๐๖)
๒ สันตบท หมายถึงนิพพาน (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๒)
๓ กรณียกิจ หมายถึงการศึกษาในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ตรงกันข้ามกับ อกรณียกิจ คือ สีลวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ อาจารวิบัติ อาชีววิบัติ (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๒)
๔ มีกิจน้อย ในที่นี้หมายถึงไม่ขวนขวายการงานต่าง ๆ ที่จะทำให้จิตฟุ้งซ่าน ไม่พูดคุยเพ้อเจ้อ ไม่คลุกคลี หมู่คณะ ปล่อยวางหน้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง งานบริหารคณะสงฆ์ เป็นต้น มุ่งบำเพ็ญสมณธรรมเป็น หลัก (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๖)
๕ มีความประพฤติเบา ในที่นี้หมายถึงมีเพียงบริขาร ๘ เช่น บาตร จีวร เป็นต้น ไม่สะสมสิ่งของมากให้เป็น ภาระ เหมือนนกมีเพียงปีกบินไปฉะนั้น (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๖)
๖ ไม่คะนอง หมายถึงไม่คะนองกาย วาจา และใจ (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๑๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka