Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 22

<< | หน้าที่ 22 | >>
[๗] ควรแผ่เมตตาจิตอย่างไม่มีประมาณไปยังสรรพสัตว์

ดุจมารดาเฝ้าถนอมบุตรคนเดียวด้วยชีวิต ฉะนั้น

[๘] อนึ่ง ควรแผ่เมตตาจิตอย่างไม่มีประมาณ

กว้างขวาง ไม่มีเวร ไม่มีศัตรูไปยังสัตว์โลกทั่วทั้งหมด

ทั้งชั้นบน ชั้นล่าง และชั้นกลาง

[๙] ผู้แผ่เมตตาจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน

ควรตั้งสติ นี้ไว้ตลอดเวลาที่ยังไม่ง่วง

นักปราชญ์เรียกการอยู่ด้วยเมตตานี้ว่า พรหมวิหาร

[๑๐] อนึ่ง ผู้แผ่เมตตาที่ไม่ยึดถือทิฏฐิ

มีศีล ถึงพร้อมด้วยทัสสนะ

กำจัดความยินดีในกามคุณได้แล้ว

ก็จะไม่เกิดในครรภ์อีกต่อไป

เมตตสูตร จบ


ขุททกปาฐะ จบ


๑ ชั้นบน หมายถึงอรูปภพ (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๒๓)
๒ ชั้นล่าง หมายถึงกามภพ (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๒๓)
๓ ชั้นกลาง หมายถึงรูปภพ (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๒๓)
๔ สติ หมายถึงเมตตาฌานัสสติ คือสติที่ประกอบด้วยเมตตาฌาน (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๒๔)
๕ ทิฏฐิ หมายถึงทิฏฐิที่ว่า “กองแห่งสังขารล้วน ๆ จัดเป็นสัตว์ไม่ได้” (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๒๕) และดู สํ.ส. (แปล) ๑๕/๑๗๑/๒๒๘
๖ ทัสสนะ หมายถึงโสดาปัตติมัคคสัมมาทิฏฐิ ซึ่งเป็นพื้นฐานแห่งการบรรลุสกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อันเป็นเหตุให้ไปเกิดในชั้นสุทธาวาส แล้วบรรลุอรหัตตผลในที่นั้น ไม่กลับมาเกิดในครรภ์อีกต่อไป (ขุ.ขุ.อ. ๙/๒๒๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka