Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 31

<< | หน้าที่ 31 | >>
๒. อัปปมาทวรรค


หมวดว่าด้วยความไม่ประมาท


๑. สามาวตีวัตถุ


เรื่องพระนางสามาวดี


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

{๑๒} [๒๑] ความไม่ประมาท เป็นทางแห่งอมตะ

ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย

คนผู้ไม่ประมาทชื่อว่าย่อมไม่ตาย

คนผู้ประมาทจึงเหมือนคนตายแล้ว

[๒๒] บัณฑิตทราบความต่างกัน

ระหว่างความไม่ประมาทกับความประมาทนั้น

แล้วตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

ย่อมบันเทิงใจในความไม่ประมาท

ยินดีในทางปฏิบัติของพระอริยะทั้งหลาย

[๒๓] บัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์เหล่านั้น เพ่งพินิจ

มีความเพียรต่อเนื่อง มีความบากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์

ย่อมบรรลุนิพพานอันเป็นสภาวะยอดเยี่ยม ปลอดจากโยคะ

๑ ความไม่ประมาท นี้เป็นชื่อของสติ (ขุ.ธ.อ. ๒/๖๐)
๒ ทางแห่งอมตะ หมายถึงอุบายบรรลุอมตะ คำว่า อมตะ (ไม่ตาย) หมายถึงนิพพาน นิพพานนั้นแล ที่ชื่อว่า ไม่แก่ ไม่ตาย เพราะไม่เกิด (ขุ.ธ.อ. ๒/๖๐)
๓ ดูเทียบ ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๓๓๒/๕๘๘
๔ ทางปฏิบัติของพระอริยะ หมายถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ มีสติปัฏฐาน ๔ เป็นต้น และโลกุตตรธรรม ๙ ประการ (ขุ.ธ.อ. ๒/๖๑)
๕ เพ่งพินิจ หมายถึงการเพ่งพินิจด้วยจิตที่เป็นสมาธิแน่วแน่มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิชฌาน (การเพ่ง อารมณ์ ได้แก่สมาบัติ ๘) และลักขณูปนิชฌาน (การเพ่งลักษณะ ได้แก่ วิปัสสนา มรรค และผล) (ขุ.ธ.อ. ๒/๖๑-๖๕)
๖ โยคะ หมายถึงสภาวะอันประกอบสัตว์ไว้ในภพมี ๔ ประการ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา (ขุ.ธ.อ. ๒/๖๒, ขุ.ธ.อ. ๘/๙๓,๑๐๙, ขุ.อุ.อ. ๑๙/๑๖๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka