Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 97

<< | หน้าที่ 97 | >>
[๒๐๗] เพราะผู้คบค้าสมาคมกับคนพาล

ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน

การอยู่ร่วมกับคนพาล เป็นทุกข์ตลอดเวลา

เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู

การอยู่ร่วมกับนักปราชญ์มีแต่ความสุข

เหมือนอยู่ในหมู่ญาติ

[๒๐๘] เพราะฉะนั้นแล บุคคลควรคบผู้เป็นปราชญ์

มีปัญญา เป็นพหูสูต

มีปกติเอาธุระ มีวัตร เป็นพระอริยะ

เป็นสัตบุรุษ มีปัญญาดี เช่นนั้น

เหมือนดวงจันทร์โคจรไปตามทางของดาวนักษัตร ฉะนั้น

สุขวรรคที่ ๑๕ จบ


๑๖. ปิยวรรค


หมวดว่าด้วยสิ่งเป็นที่รัก


๑. ตโยชนปัพพชิตวัตถุ


เรื่องบรรพชิต ๓ รูป


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่บรรพชิต ๓ รูป ดังนี้)

{๒๖} [๒๐๙] บุคคลทำตัวให้หมกมุ่นในกิจที่ไม่ควรหมกมุ่น

และไม่หมกมุ่นในกิจที่ควรหมกมุ่น

ละเลยสิ่งที่เป็นประโยชน์ ติดอยู่ในปิยารมณ์

ทะเยอทะยานตามบุคคลผู้ปฏิบัติตนดี

๑ มีวัตร หมายถึงมีศีลวัตร และธุดงควัตร ๑๓ ประการ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๒๗)
๒ กิจที่ไม่ควรหมกมุ่น หมายถึงการเสพอโคจร ๖ อย่าง มีหญิงแพศยาเป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๓๐)
๓ สิ่งที่เป็นประโยชน์ หมายถึงไตรสิกขา คือ อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๓๐)
๔ ปิยารมณ์(อารมณ์ที่น่ารัก) หมายถึงกามคุณ ๕ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๓๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka