Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 104

<< | หน้าที่ 104 | >>
คนพูดมาก เขาก็นินทา

แม้คนพูดน้อย เขาก็นินทา

ไม่มีใครเลยในโลกนี้ไม่ถูกนินทา

[๒๒๘] ทั้งในอดีต ในอนาคต และในปัจจุบัน

ก็ไม่มีใครเลยที่จะถูกนินทาอย่างเดียว

หรือได้รับการสรรเสริญอย่างเดียว

[๒๒๙] แต่วิญญูชนพิจารณาทุกวัน ๆ

ย่อมสรรเสริญบุคคลผู้ดำเนินชีวิตหาข้อตำหนิมิได้

ผู้เป็นนักปราชญ์ ผู้มีปัญญาและศีลมั่นคง

[๒๓๐] ใครเล่าจะควรตำหนิผู้นั้น

ผู้เปรียบเหมือนแท่งทองชมพูนุท

ผู้เช่นนั้น แม้เทวดาและมนุษย์ก็ชื่นชม

ถึงพรหมก็สรรเสริญ

๘. ฉัพพัคคิยภิกขุวัตถุ


เรื่องพระฉัพพัคคีย์


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระฉัพพัคคีย์ ดังนี้)

[๒๓๑] บุคคลพึงรักษาความกำเริบทางกาย

พึงสำรวมกาย ละกายทุจริตแล้ว

พึงประพฤติกายสุจริต

๑ ความหมายของคาถานี้ คือ การนินทาหรือสรรเสริญของคนพาล ไม่ถือเป็นประมาณ แต่บัณฑิตผู้ใคร่ครวญแล้ว รู้เหตุที่ควรติเตียนหรือเหตุที่ควรสรรเสริญ ย่อมเลือกสรรเสริญนักปราชญ์ผู้มีปัญญา และศีลมั่นคง ดำรง ชีวิตอย่างหาข้อตำหนิมิได้ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๗๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka