Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 107

<< | หน้าที่ 107 | >>
๓. ติสสเถรวัตถุ


เรื่องพระติสสเถระ


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๔๐] สนิมเกิดขึ้นจากเหล็ก

ครั้นเกิดขึ้นแล้ว ย่อมกัดเหล็กนั่นเอง ฉันใด

กรรมทั้งหลายของตน ย่อมนำคนผู้ประพฤติล่วงโธนา

ไปสู่ทุคติ ฉันนั้น

๔. โลลุทายีวัตถุ


เรื่องพระโลลุทายี


(พระผู้มีพระภาคทรงปรารภพระโลลุทายีผู้เล่าเรียนธรรมเพียงเล็กน้อยและไม่ ท่องบ่น จึงตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๔๑] มนตร์ มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน

เรือนมีความไม่ขยันหมั่นเพียร เป็นมลทิน

ผิวพรรณมีความเกียจคร้าน เป็นมลทิน

ผู้รักษามีความประมาท เป็นมลทิน

๑ โธนา หมายถึงปัญญาที่พิจารณาปัจจัย ๔ แล้วจึงบริโภค ดังนั้น “ผู้ประพฤติล่วงโธนา” จึงหมายถึงผู้ ปราศจากปัญญาพิจารณาปัจจัย ๔ แล้วจึงบริโภค (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๑)
๒ มนตร์ หมายถึงปริยัติและศิลปะ เมื่อไม่ท่องบ่น และไม่เอาใจใส่ ก็เสื่อมสูญ หรือหายไปได้ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๓)
๓ ไม่ขยันหมั่นเพียร หมายถึงไม่เอาใจใส่ดูแล หรือไม่บูรณะซ่อมแซมบ้านเรือน (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๓)
๔ ความเกียจคร้าน หมายถึงการไม่หมั่นชำระร่างกายและอวัยวะส่วนอื่น ๆ ให้สะอาดทำให้มีผิวพรรณมัวหมอง (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๓)
๕ ความประมาท สำหรับคฤหัสถ์ หมายถึงประมาทในทรัพย์สมบัติ เช่น สัตว์เลี้ยง สำหรับบรรพชิต หมายถึงไม่คุ้มครองอินทรีย์ทวารทั้ง ๖ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka