Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 149

<< | หน้าที่ 149 | >>
[๓๗๐] ภิกษุพึงตัดสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ พึงละสังโยชน์เบื้องสูง ๕

และพึงเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ยิ่งขึ้นไป

ภิกษุผู้ก้าวล่วงกิเลสเครื่องข้อง ๕ ได้แล้ว

เราเรียกว่า ผู้ข้ามโอฆะได้

[๓๗๑] ภิกษุ เธอจงเพ่งพินิจ และอย่าประมาท

จงอย่าปล่อยจิตของเธอ ให้วนเวียนอยู่ในกามคุณ

อย่าเผลอกลืนก้อนเหล็กแดง(ในนรก)

อย่าเร่าร้อนคร่ำครวญอยู่ว่า นี่ทุกข์จริง

[๓๗๒] ฌาน ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา

ปัญญาก็ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน

ผู้มีทั้งฌานและปัญญานั่นแล

จึงนับว่าอยู่ใกล้นิพพาน

[๓๗๓] ภิกษุผู้เข้าไปยังเรือนว่าง

มีจิตสงบ เห็นแจ้งธรรมโดยชอบ

ย่อมเกิดความยินดีที่ไม่ใช่เป็นของคนทั่วไป

[๓๗๔] ขณะใด ภิกษุพิจารณาเห็นความเกิด

และความเสื่อมของขันธ์ทั้งหลาย

ขณะนั้น เธอย่อมได้รับปีติปราโมทย์

ซึ่งเป็นอมตธรรมสำหรับผู้รู้ทั้งหลาย

[๓๗๕] ในอมตธรรมนั้น ธรรมนี้คือ

ความสำรวมอินทรีย์ ความสันโดษ

และความสำรวมในปาติโมกข์

เป็นเบื้องต้นของภิกษุผู้มีปัญญาในศาสนานี้

๑ กิเลสเครื่องข้อง ๕ อย่าง คือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ และทิฏฐิ (สํ.ส.อ. ๑/๕/๒๔, ขุ.ธ.อ.๘/๖๗)
๒ ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๕/๖, ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๕/๓๐๘, ๖๓๓/๔๔๙ ๓ เรือนว่าง ในที่นี้หมายถึงการนั่งเจริญกัมมัฏฐานในที่สงัดแห่งใดแห่งหนึ่ง (ขุ.ธ.อ. ๘/๖๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka