Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 305

<< | หน้าที่ 305 | >>
พุทธอุทาน


สิ่งที่บุคคลได้รับอยู่และสิ่งที่บุคคลยังหวังที่จะได้รับต่อไป

สิ่งทั้งสองนั้นเจือด้วยธุลีคือราคะเป็นต้นแก่ผู้ทุรนทุรายใฝ่ใจอยากได้รับอยู่

สมณพราหมณ์ผู้มีสิกขาอันเป็นสาระ

คือศีล วัตร ชีวิต พรหมจรรย์ และการบำบวงอันเป็นสาระ

นี้เป็นส่วนสุดที่

สมณพราหมณ์ผู้มีวาทะอย่างนี้ว่า

‘โทษในกามไม่มี’ นี้เป็นส่วนสุดที่

ส่วนสุดทั้งสองนี้ มีแต่จะเพิ่มตัณหาและอวิชชาให้มากขึ้น

ตัณหาและอวิชชาย่อมก่อให้เกิดความเห็นผิดมากขึ้น

สมณพราหมณ์ทั้งหลายไม่รู้ส่วนสุดทั้งสองนั้น

บางพวกก็จมติดอยู่ บางพวกก็แล่นไป

ส่วนพระอริยะทั้งหลายได้รู้แจ้งส่วนสุดทั้งสองนั้น

จึงไม่ตกไปในส่วนสุดทั้งสองนั้น

และเพราะละส่วนสุดทั้งสองนั้นได้

จึงไม่สำคัญตนด้วยตัณหา ทิฏฐิ และมานะ

ย่อมไม่มีวัฏฏะปรากฏ

คณิกาสูตรที่ ๘ จบ


๑ สิ่งที่บุคคลได้รับอยู่ มีความหมาย ๒ นัย คือ (๑) หมายถึงกามคุณ ๕ ประการ ที่บุคคลเสวยด้วยความ ยึดมั่นว่า โทษในกามคุณ ๕ ไม่มี (กามสุขัลลิกานุโยค) (๒) หมายถึงการทำตนให้เดือดร้อนด้วยการ ประพฤติวัตรอย่างนักบวชเปลือย(อัตตกิลมถานุโยค) สิ่งที่บุคคลยังหวังที่จะได้รับต่อไป มีความหมาย
๒ นัย เช่นเดียวกัน คือ (๑) หมายถึงกามคุณ ๕ ที่บุคคลมุ่งหวังที่จะได้รับด้วยความเชื่อว่าเมื่อได้รับแล้ว ถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่(กามสุขัลลิกานุโยค) (๒) หมายถึงผลที่จะพึงได้รับในอบาย เพราะการทำกรรมตาม ความเห็นผิดเป็นเหตุ(อัตตกิลมถานุโยค) (ขุ.อุ.อ. ๕๘/๓๗๕-๓๗๗) ๒ ในที่นี้ ศีล หมายถึงข้อที่บุคคลงดเว้น ไม่ทำ วัตร หมายถึงการประพฤติอย่างลำบาก ชีวิต หมายถึงการ ดำเนินชีวิตอย่างฝืดเคือง เช่น การเป็นอยู่ด้วยการบริโภคผักเป็นอาหาร พรหมจรรย์ หมายถึงเมถุนวิรัติ การบำบวง หมายถึงการบนบานเซ่นสรวงบูชา (ขุ.อุ.อ. ๕๘/๓๗๖)
๓ ข้อความตอนนี้มีความหมาย ๓ นัย คือ นัยที่ ๑ หมายถึงบางพวกจมติดอยู่ในกามสุข(กามสุขัลลิกานุโยค) บางพวกแล่นไป คือ มุ่งประกอบตนให้ลำบาก(อัตตกิลมถานุโยค) นัยที่ ๒ หมายถึงบางพวกติดอยู่ด้วย อำนาจตัณหา บางพวกแล่นไปในอำนาจทิฏฐิ นัยที่ ๓ หมายถึงบางพวกติดอยู่ในสัสสตทิฏฐิ บางพวกแล่นไป ในอำนาจอุจเฉททิฏฐิ (ขุ.อุ.อ. ๕๘/๓๗๘)
๔ วัฏฏะ ในที่นี้หมายถึงกิเลส กรรม วิบาก (ขุ.อุ.อ. ๕๘/๓๗๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka