Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 466

<< | หน้าที่ 466 | >>
ส่วนบุคคลผู้เป็นบัณฑิต

พิจารณารู้ธรรม ด้วยปัญญาอันยิ่งแล้ว

ต่อมาจึงกำหนดรู้ธรรมนั้น

เป็นผู้หมดกิเลสที่ทำให้หวั่นไหว สงบระงับกิเลสได้เด็ดขาด

ดุจห้วงน้ำสงบเรียบยามสงัดลม ฉะนั้น

ผู้นั้นไม่หวั่นไหว ดับความเร่าร้อนได้แล้ว

ชื่อว่าหมดความกำหนัดยินดี

เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ไม่ทรงมีความหวั่นไหว

ทรงดับความเร่าร้อนได้

ทรงปราศจากความกำหนัดยินดี เป็นผู้อยู่ใกล้ทีเดียว

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

สังฆาฏิกัณณสูตรที่ ๓ จบ


๔. อัคคิสูตร


ว่าด้วยไฟกิเลส


{๒๗๓} [๙๓] แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

“ภิกษุทั้งหลาย ไฟ ๓ กองนี้

ไฟ ๓ กอง คือ

๑. ไฟคือราคะ ๒. ไฟคือโทสะ ๓. ไฟคือโมหะ

ภิกษุทั้งหลาย ไฟ ๓ กองนี้แล”

๑ ธรรม ในที่นี้หมายถึงอริยสัจ ๔ ประการ (ขุ.อิติ.อ. ๙๒/๓๓๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka