Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 467

<< | หน้าที่ 467 | >>
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

ไฟคือราคะ ย่อมเผาผลาญนรชนผู้กำหนัด

หมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย

ไฟคือโทสะ ย่อมเผาผลาญนรชนผู้มีจิตพยาบาท ชอบฆ่าสัตว์

ไฟคือโมหะ ย่อมเผาผลาญนรชนผู้ลุ่มหลง

ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ

หมู่สัตว์ เมื่อไม่รู้จักไฟทั้ง ๓ กองนี้

จึงยินดียิ่งในสักกายะ

ไม่พ้นจากบ่วงแห่งมาร สั่งสมเพื่อเกิดในนรก

กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน อสุรกาย และแดนเปรต

ส่วนชนทั้งหลายผู้หมั่นอบรมตนในศาสนธรรม

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งกลางวันและกลางคืน

หมั่นเจริญอสุภสัญญาเป็นนิตย์

ย่อมทำไฟคือราคะให้ดับลงได้

ชนทั้งหลายที่มีคุณธรรมสูง

ย่อมดับไฟคือโทสะลงได้ด้วยเมตตา

และย่อมดับไฟคือโมหะด้วยปัญญา

อันเป็นเครื่องทำลายกิเลสได้เด็ดขาด

ชนผู้มีปัญญารักษาตนเหล่านั้น

ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน

ดับไฟทั้ง ๓ กองนั้นได้แล้ว

ชื่อว่าดับกิเลสได้สิ้นเชิง ล่วงพ้นทุกข์ได้ทั้งสิ้น

๑ ยินดียิ่งในสักกายะ หมายถึงเพลิดเพลินยินดีในอุปาทานขันธ์ ๕ ด้วยอำนาจตัณหา ทิฏฐิ และมานะ (ขุ.อิติ.อ. ๙๓/๓๓๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka