Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 471

<< | หน้าที่ 471 | >>
บุคคลผู้พรากตนออกจากกามโยคะและภวโยคะได้ขาดแล้ว ชื่อว่าเป็นอรหันต์ คือเป็นผู้สิ้นอาสวกิเลสแล้ว”

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

สัตว์ทั้งหลายผู้ประกอบตน

ด้วยกามโยคะและภวโยคะทั้งสอง

ชื่อว่ายังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ

ส่วนผู้ที่ละกามทั้งหลายได้เด็ดขาด

แต่ยังไม่ถึงความสิ้นอาสวะ

ยังประกอบตนด้วยภวโยคะ

บัณฑิตทั้งหลาย เรียกว่า เป็นอนาคามี

แต่ผู้ที่ตัดความสงสัยได้

สิ้นทั้งมานะและภพที่จะเกิดใหม่

ถึงความสิ้นอาสวะแล้ว

เป็นผู้ชื่อว่า ถึงฝั่งแล้วในโลก

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

กามโยคสูตรที่ ๗ จบ


๘. กัลยาณสีลสูตร


ว่าด้วยผู้มีศีลงาม ธรรมงาม และปัญญางาม


{๒๗๗} [๙๗] แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

“ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีศีลงาม มีธรรมงาม และมีปัญญางาม เราจึงเรียกว่า ‘เป็นพระอรหันต์แท้จริง อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นบุรุษผู้สูงสุด’ ในธรรมวินัยนี้

ผู้มีศีลงาม เป็นอย่างไร

ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีศีล สำรวมด้วยการสังวรในปาติโมกข์ เพียบพร้อม ด้วยอาจาระและโคจรอยู่ มีปกติเห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย สมาทานศึกษาในสิกขาบท ทั้งหลาย ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้มีศีลงามอย่างนี้แล เป็นผู้มีศีลงาม ด้วยอาการดังกล่าวนี้


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka