Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 502

<< | หน้าที่ 502 | >>
[๑๕] ภิกษุผู้ไม่มีกิเลสที่เกิดจากความกระวนกระวายใด ๆ

อันเป็นปัจจัยเพื่อมาสู่ฝั่งใน

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

[๑๖] ภิกษุผู้ไม่มีกิเลสที่เกิดจากตัณหานุสัยดุจป่าใด ๆ

ซึ่งเป็นเหตุกำหนดความผูกพันไว้ในภพ

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

[๑๗] ภิกษุผู้ละนิวรณ์ ๕ ได้

ข้ามพ้นความสงสัยได้แล้ว ปราศจากกิเลสเพียงดังลูกศร

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

อุรคสูตรที่ ๑ จบ


๒. ธนิยสูตร


ว่าด้วยการโต้ตอบระหว่างนายธนิยะกับพระพุทธเจ้า


{๒๙๕} [๑๘] (นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้)

ข้าพเจ้าปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว รีดน้ำนมโคไว้แล้ว

อยู่ร่วมกับบริวารช่วยเหลือกัน ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี

มุงหลังคากั้นฝาเรือน นำไฟมาติดไว้เรียบร้อย

ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

[๑๙] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

เราเป็นผู้ไม่โกรธ ปราศจากกิเลสดุจตะปูตรึงใจ

พักแรม ๑ ราตรี ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี

เพิงที่พักคืออัตภาพ ก็ปราศจากหลังคาเครื่องมุงบัง

กองไฟคือราคะเป็นต้นก็ดับหมดแล้ว

ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

๑ นิวรณ์ หมายถึงธรรมเป็นเครื่องกั้นความดี มี ๕ ประการ คือ (๑) กามฉันทะ (ความพอใจในกาม) (๒) พยาบาท (ความคิดร้าย) (๓) ถีนมิทธะ (ความหดหู่และเซื่องซึม) (๔) อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่าน และร้อนใจ) (๕) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) (ขุ.สุ.อ.๑/๑๗/๒๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka