Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 503

<< | หน้าที่ 503 | >>
[๒๐] (นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้)

ฝูงโคของข้าพเจ้าไม่มีเหลือบและยุงมารบกวน

เที่ยวหากิน ณ ริมฝั่งแม่น้ำที่มีหญ้างอกงาม

จึงสามารถทนฝนที่ตกลงมาได้ดี

ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

[๒๑] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

เราผูกแพคืออริยมรรค ตกแต่งคือบำเพ็ญดีแล้ว

กำจัดห้วงน้ำคือกิเลสได้แล้ว ข้ามไปจนถึงฝั่งแล้ว

จึงไม่มีความต้องการแพนั้นอีกต่อไป

ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

[๒๒] (นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้)

ภรรยาของข้าพเจ้าเป็นหญิงเชื่อฟัง ไม่โลเล

ครองรักร่วมกันมานานหลายปี เป็นที่ไว้วางใจของข้าพเจ้า

ความชั่ว ใด ๆ ของนาง ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินเลย

ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

[๒๓] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

จิตของเราเชื่อฟังเรา หลุดพ้นกิเลสแล้ว

เราฝึกอบรมมานานจนเป็นจิตที่ฝึกหัดดีแล้ว

ดังนั้น เราจึงไม่มีความชั่ว ใด ๆ ต่อไป

ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

๑ ข้ามไปจนถึงฝั่ง หมายถึงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑/๓๓)
๒ โลเล หมายถึงความลุ่มหลง ความอยากของสตรี มี ๕ อย่าง (๑) โลเลในอาหาร (๒) โลเลในเครื่อง ประดับ (๓) โลเลในบุรุษอื่น (๔) โลเลในทรัพย์ (๕) โลเลในการเที่ยวเตร่ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒/๓๓)
๓ ความชั่ว (บาป) ที่นายธนิยะกล่าวนั้นหมายถึงความประพฤตินอกใจ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒/๓๓)
๔ ความชั่ว ที่พระผู้มีพระภาคตรัสนั้นหมายถึงกายสมาจาร วจีสมาจาร มโนสมาจาร และอาชีวะที่ไม่บริสุทธิ์ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๓/๓๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka