Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 512

<< | หน้าที่ 512 | >>
[๕๓] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าละทิ้งหมู่ มีขันธ์ เกิดดีแล้ว

มีดอกบัว (คือธรรม) เป็นผู้ยิ่งใหญ่

อยู่ในป่าตามความชอบใจได้

เหมือนนาคะ ละทิ้งโขลงแล้วอยู่ในป่าได้ตามชอบใจ

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๕๔] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

บุคคลสัมผัสวิมุตติใด ซึ่งเกิดขึ้นตามสมัย

วิมุตตินั้น เป็นไปไม่ได้สำหรับบุคคล

ผู้ยินดีการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ

บุคคลใคร่ครวญถ้อยคำของพระปัจเจกสัมพุทธเจ้า

ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์แล้ว

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๕๕] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

(พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า)ประพฤติล่วงทิฏฐิอันเป็นเสี้ยนหนาม

ถึงนิยาม ได้เฉพาะมรรค แล้ว

เป็นผู้มีญาณเกิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องให้ผู้อื่นแนะนำ

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

๑ ขันธ์ ในที่นี้หมายถึงอเสขสีลขันธ์ (กองแห่งศีลของพระอเสขะ) (ขุ.สุ.อ.๑/๕๓/๙๙)
๒ นาคะ ที่เป็นชื่อของช้าง เพราะช้างไดรับการฝึกให้อยู่ในระเบียบที่มนุษย์ต้องการได้ เพราะช้างไม่กลับมาสู่ ระดับเดิมที่ยังไม่ได้ฝึก หรือเพราะช้างมีสรีระใหญ่ ที่เป็นชื่อของพระปัจเจกพุทธเจ้า เพราะท่านฝึกตนในศีล ที่พระอริยะใคร่ เพราะท่านไม่กลับมาสู่ภูมิที่ไม่ได้ฝึก เพราะท่านไม่ทำความชั่ว หรือเพราะท่านมีคุณอันยิ่งใหญ่ (ขุ.สุ.อ.๑/๕๓/๙๘)
๓ ทิฏฐิอันเป็นเสี้ยนหนาม ในที่นี้หมายถึงทิฏฐิ ๖๒ เป็นเสี้ยนหนามต่อสัมมาทิฏฐิ (ขุ.สุ.อ.๑/๕๕/๑๐๒)
๔ ถึงนิยาม ในที่นี้หมายถึงบรรลุมรรค ๔ (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๔๑/๔๕๓)
๕ มรรค ในที่นี้หมายถึงอริยมรรคมีองค์ ๘ (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๔๑/๔๕๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka