Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 522

<< | หน้าที่ 522 | >>
[๘๖] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียก

สมณะผู้ข้ามพ้นความสงสัยได้เด็ดขาด

ปราศจากกิเลสดุจลูกศร ยินดียิ่งในนิพพาน

ไม่ติดอยู่ในตัณหา ผู้แนะนำสั่งสอนชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลกว่า

เป็นสมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรค

[๘๗] ภิกษุใดในธรรมวินัยนี้ รู้ว่า นิพพานเป็นบรมธรรม

แล้วบอก เปิดเผยนิพพานธรรมในธรรมวินัยนี้

พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียกภิกษุ

ผู้ตัดความสงสัยได้แล้ว เป็นมุนี

ไม่มีตัณหาทำให้หวั่นไหวนั้นว่า

เป็นสมณะจำพวกที่ ๒ ผู้แสดงมรรค

[๘๘] ภิกษุใดเป็นผู้สำรวมแล้ว มีสติ เสพบทอันไม่มีโทษ

ดำรงอยู่ในมรรคคือบทแห่งธรรมที่แสดงไว้ดีแล้ว

พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียกภิกษุนั้นว่า

เป็นสมณะจำพวกที่ ๓ ผู้ดำรงอยู่ในมรรค

[๘๙] ภิกษุใดทำตนเลียนแบบพระอริยะ ผู้มีวัตรดีงาม

ชอบเอาหน้า ประทุษร้ายตระกูล

คะนองกาย วาจา ใจ มีมายา ไม่สำรวม พูดเพ้อเจ้อ

ภิกษุผู้เที่ยวเลียนแบบ จัดเป็นสมณะจำพวกที่ ๔ ผู้ประทุษร้ายมรรค

[๙๐] อนึ่ง คฤหัสถ์ผู้ได้สดับแล้ว เป็นอริยสาวก มีปัญญา

รู้ซึ้งถึงลักษณะสมณะทั้ง ๔ จำพวกนั้น

แล้วรู้ว่า สมณะทั้งหมดไม่เป็นเช่นนี้

เพราะเห็นเช่นนี้ ศรัทธาของเขาจึงไม่เสื่อมไป

๑ เสพบทอันไม่มีโทษ หมายถึงปฏิบัติตามโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ขุ.สุ.อ.๑/๘๘/๑๖๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka