Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 559

<< | หน้าที่ 559 | >>
[๒๕๐] ในโลกนี้ คนผู้ฆ่าสัตว์ทั้งหลาย

ถือเอาทรัพย์ของผู้อื่น เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น

ประพฤติชั่ว ร้ายกาจ พูดคำหยาบ ไม่มีความเอื้อเฟื้อ

นี้ต่างหาก ชื่อว่า กลิ่นดิบ หาใช่อาหารที่ปรุงด้วยเนื้อไม่

[๒๕๑] คนผู้รักใคร่ เกลียดชัง ลุ่มหลง

ประกอบอกุศลกรรมอยู่เสมอ

ตายแล้วต้องตกไปสู่ที่มืด หรือไม่ก็ดิ่งหัวจมลงไปสู่นรก

นี้ต่างหาก ชื่อว่า กลิ่นดิบ หาใช่อาหารที่ปรุงด้วยเนื้อไม่

[๒๕๒] มิใช่การบริโภคปลาและเนื้อ มิใช่การเป็นคนเปลือย

มิใช่ความเป็นคนโล้น มิใช่การเกล้าชฎา

และการเป็นคนหมักหมมด้วยธุลี

มิใช่การครองหนังเสือที่ยังมีเล็บ มิใช่การบำเรอไฟ

หรือความเศร้าหมองในกาย

ที่เป็นไปด้วยความปรารถนาความเป็นเทพ

ความเป็นผู้ไม่ตาย การทำตนให้ลำบากหลากหลายวิธี

เวทมนตร์ทั้งหลาย การบูชาไฟ การบูชายัญ

และการทรมานตนตามฤดูกาล

ที่ทำคนผู้ยังไม่ล่วงพ้นความสงสัยให้หมดจดได้

[๒๕๓] ผู้ใดคุ้มครองอินทรีย์ทั้ง ๖ นั้นได้

เข้าใจชัดอินทรีย์ ๖ อยู่เสมอ ดำรงตนอยู่ในธรรม

ยินดีในความซื่อตรงและความอ่อนโยน

ล่วงพ้นกิเลสเครื่องข้องได้ ละทุกข์ทั้งหมดได้เด็ดขาด

ผู้นั้นชื่อว่า เป็นปราชญ์ ไม่ยึดติดในอารมณ์ที่ได้เห็น ได้ฟัง และได้รับรู้

[๒๕๔] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสบอกความที่กล่าวมานี้เนือง ๆ

จนติสสดาบสผู้เรียนจบมนตร์เข้าใจข้อความนั้นได้แล้ว

พระผู้มีพระภาคผู้เป็นมุนี ได้ทรงประกาศด้วยพระคาถา อันไพเราะว่า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka