Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 576

<< | หน้าที่ 576 | >>
[๓๓๑] การละความสนุกรื่นเริง การพูดกระซิบ

ความร่ำไรรำพัน ความโกรธง่าย

การหลอกลวงเสแสร้งทำความดี

ความยินดีในปัจจัย ความถือตัว

การชิงดีชิงเด่น ความหยาบคาย

และความหมกมุ่นอยู่ในกิเลสดุจน้ำฝาดย้อมใจ

ควรเป็นผู้ปราศจากความมัวเมา ดำรงสติมั่นคงอยู่

[๓๓๒] นรชนใดเป็นผู้ประพฤติรีบด่วน เป็นผู้ประมาท

เพียงแต่รู้สุภาษิตอันเป็นสาระ

และได้สดับสมาธิอันเป็นสาระในธรรมที่รู้เท่านั้น

ปัญญาและสุตะย่อมไม่เจริญแก่นรชนนั้นเลย

[๓๓๓] ส่วนนรชนผู้ยินดีในธรรม ที่พระอริยะประกาศแล้ว

เป็นผู้ประเสริฐกว่าคนนอกนี้

ด้วยกาย วาจา และใจ

ดำรงมั่นอยู่ในสันติ โสรัจจะ และสมาธิ

จึงได้บรรลุถึงธรรมอันเป็นสาระแห่งสุตะและปัญญา

กิงสีลสูตรที่ ๙ จบ


๑ ประพฤติรีบด่วน ในที่นี้หมายถึงไม่พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ ตกไปในอำนาจกิเลสมีราคะเป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๒/๑๕๐)
๒ ความหมายในคาถานี้ คือ นรชนผู้ถูกราคะเป็นต้นครอบงำ ไม่พิจารณาไตร่ตรอง ประมาท ไม่บำเพ็ญ เพียรอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับโอวาท ฟังสุภาษิตมากมายก็ตาม แต่ปัญญาของเขาก็ไม่เจริญ เพราะไม่รู้ ความหมาย และสุตะก็ไม่เจริญเพราะไม่มีการปฏิบัติตาม (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๒/๑๕๐)
๓ ธรรม ในที่นี้หมายถึงสมถวิปัสสนา (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๓/๑๕๑)
๔ สันติ หมายถึงนิพพาน โสรัจจะ หมายถึงมัคคปัญญาอันมีนิพพานเป็นอารมณ์ สมาธิ หมายถึงมัคคสมาธิ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๓/๑๕๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka