Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 644

<< | หน้าที่ 644 | >>
[๕๙๗] ธีรชนผู้มีปัญญา ฉลาดปราชญ์เปรื่อง

ควรขจัดความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน

เหมือนลมพัดนุ่นปลิวไป

เหมือนคนใช้น้ำดับไฟที่กำลังไหม้ลุกลาม ฉะนั้น

[๕๙๘] บุคคลผู้แสวงหาความสุขแก่ตน

ควรกำจัดความคร่ำครวญ ความทะยานอยาก

และโทมนัสของตน

ควรถอนลูกศรคือกิเลสของตน

[๕๙๙] บุคคลผู้ถอนลูกศรคือกิเลสได้แล้ว

เป็นผู้ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย

ถึงความสงบใจ ล่วงพ้นความเศร้าโศกได้ทั้งหมด

ไม่มีความเศร้าโศก ชื่อว่าดับกิเลสได้แล้ว

สัลลสูตรที่ ๘ จบ


๙. วาเสฏฐสูตร


ว่าด้วยวาเสฏฐมาณพทูลถามปัญหา


{๓๘๑} ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนื้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ราวป่าอิจฉานังคละ ใกล้หมู่บ้าน อิจฉานังคละ สมัยนั้น พราหมณ์มหาศาลมีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก คือ จังกีพราหมณ์ ตารุกขพราหมณ์ โปกขรสาติพราหมณ์ ชาณุสโสณิพราหมณ์ โตเทยยพราหมณ์ และพราหมณมหาศาลมีชื่อเสียงอื่น ๆ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอิจฉานังคละ

ครั้งนั้น วาเสฏฐมาณพและภารทวาชมาณพกำลังเดินเล่นพักผ่อน ระหว่างนั้น ได้สนทนาถึงข้อความนี้ว่า “เพื่อนเอ๋ย บุคคลชื่อว่าพราหมณ์ โดยวิธีอย่างไร”

ภารทวาชมาณพกล่าวอย่างนี้ว่า “เพื่อนเอ๋ย บุคคลที่เกิดมาดีทั้ง ๒ ฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายมารดาและฝ่ายบิดา ถือปฏิสนธิบริสุทธิ์ดีตลอดเจ็ดชั่วบรรพบุรุรษ ไม่มีใคร


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka