Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 643

<< | หน้าที่ 643 | >>
[๕๙๑] ผู้ที่เบียดเบียนตนเอง ย่อมจะซูบผอม ไม่ผ่องใส

สัตว์ทั้งหลายผู้ละไปสู่ปรโลก

หาคุ้มครองตนอยู่ด้วยการคร่ำครวญนั้นได้ไม่

ฉะนั้น การคร่ำครวญจึงเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์

[๕๙๒] ผู้ทอดถอนใจถึงคนที่ตายไปแล้วอยู่เสมอ

บรรเทาความเศร้าโศกไม่ได้

ตกอยู่ในอำนาจแห่งความเศร้าโศก

ย่อมได้รับทุกข์มากขึ้น

[๕๙๓] ท่านจงดูแม้คนเหล่าอื่นผู้ใกล้จะตายไปตามกรรม

และสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ผู้ตกอยู่ในอำนาจมัจจุราช

ต่างพากันดิ้นรนอยู่ทั้งนั้น

[๕๙๔] อาการใด ๆ ที่สัตว์ทั้งหลายสำคัญหมาย

อาการนั้น ๆ ย่อมแปรผันเป็นอื่นไป

การพลัดพรากจากกันและกันเช่นนี้ มีอยู่เป็นประจำ

ท่านจงพิจารณาดูความเป็นจริงของสัตว์โลกเถิด

[๕๙๕] บุคคลแม้จะดำรงชีวิตอยู่ถึง ๑๐๐ ปี

หรือเกินไปบ้างก็ตาม ก็ต้องพลัดพรากจากหมู่ญาติ

และต้องละทิ้งชีวิตไว้ในโลกนี้แน่นอน

[๕๙๖] เพราะฉะนั้น บุคคลฟังธรรมเทศนาของพระอรหันต์แล้ว

เห็นคนล่วงลับดับชีวิตไป กำหนดรู้ว่าผู้ล่วงลับดับชีวิตไปนั้น

ไม่สามารถฟื้นคืนชีวิตอยู่ร่วมกับเราได้อีก

ควรกำจัดความคร่ำครวญ

๑ ดูเทียบ ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๙๑/๓๖๙
๒ หมายถึงที่หวังไว้ว่า ‘ขอให้มีอายุยืน’ ก็กลับกลายเป็นสิ่งตรงข้ามคือตายไป และที่หวังไว้ว่า ‘ขอให้ไม่มีโรค’ ก็กลับกลายมีโรค เป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๕๙๔/๒๘๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka