Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 654

<< | หน้าที่ 654 | >>
[๖๕๖] บุคคลจะชื่อว่า เป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิดก็หามิได้

จะชื่อว่ามิใช่พราหมณ์เพราะชาติกำเกิดก็หามิได้

แต่ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม

ชื่อว่ามิใช่พราหมณ์เพราะกรรม

[๖๕๗] บุคคลชื่อว่าเป็นชาวนาเพราะกรรม

ชื่อว่าเป็นช่างศิลป์ เป็นพ่อค้า เป็นคนรับใช้ ก็เพราะกรรม

[๖๕๘] ชื่อว่าเป็นโจร เป็นทหารอาชีพ เป็นปุโรหิต

แม้กระทั่งเป็นพระราชา ก็เพราะกรรมทั้งนั้น

[๖๕๙] บัณฑิตผู้มีปกติเห็นปฏิจจสมุปบาท

ฉลาดในกรรมและวิบาก

ย่อมเห็นกรรมตามความเป็นจริงอย่างนี้

[๖๖๐] สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

หมู่สัตว์เป็นไปตามกรรม

สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเครื่องผูกพัน

เปรียบเหมือนรถที่แล่นไปมีหมุดเป็นเครื่องตรึงไว้ ฉะนั้น

[๖๖๑] บุคคลจะเป็นพราหมณ์ ก็เพราะกรรมอันประเสริฐนี้

คือ ตบะ พรหมจรรย์ สัญญมะ ทมะ

กรรมอันประเสริฐนี้นำความเป็นพราหมณ์ที่สูงสุดมาให้

[๖๖๒] บุคคลสมบูรณ์ด้วยวิชชา ๓

มีความสงบ สิ้นภพใหม่แล้ว

๑ ตบะ หมายถึงการสำรวมอินทรีย์ พรหมจรรย์ หมายถึงการประพฤติธรรมอันประเสริฐ สัญญมะ หมายถึงมีศีล ทมะ หมายถึงมีปัญญา (ขุ.สุ.อ. ๒/๖๖๑/๓๐๒)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka