Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 653

<< | หน้าที่ 653 | >>
ครอบงำโลกทั้งหมด เป็นผู้แกล้วกล้า

เราเรียกผู้นั้นว่า พราหมณ์

[๖๔๙] ผู้ใดรู้การจุติและการอุบัติ

ของสัตว์ทั้งหลายโดยประการทั้งปวง

เราเรียกผู้นั้นซึ่งเป็นผู้ไม่ติดข้อง ไปดีแล้ว

และตรัสรู้แล้วว่า พราหมณ์

[๖๕๐] ผู้ใดมีคติที่เทวดา คนธรรพ์ และมนุษย์ก็รู้ไม่ได้

เราเรียกผู้นั้นซึ่งเป็นอรหันตขีณาสพว่า พราหมณ์

[๖๕๑] ผู้ใดไม่มีกิเลสเครื่องกังวล

ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

เราเรียกผู้นั้นซึ่งเป็นผู้ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล

หมดความยึดมั่นถือมั่นว่า พราหมณ์

[๖๕๒] ผู้องอาจ ผู้ประเสริฐ ผู้แกล้วกล้า

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้ชำนะแล้ว

ผู้ไม่หวั่นไหว ผู้ชำระแล้ว และผู้ตรัสรู้แล้ว

เราเรียกว่า พราหมณ์

[๖๕๓] ผู้ใดระลึกอดีตชาติได้ เห็นสวรรค์และอบาย

บรรลุภาวะที่สิ้นสุดการเกิด

เราเรียกผู้นั้นว่า พราหมณ์

[๖๕๔] อันที่จริง ชื่อและโคตรที่เขากำหนดให้กันนั้น

เป็นเพียงสมมติบัญญัติในโลก

ชื่อและโคตรปรากฏอยู่ได้เพราะรู้ตามกันมา

ญาติสาโลหิตกำหนดไว้ในการเกิดนั้น ๆ

[๖๕๕] ชื่อและโคตรที่กำหนดเรียกกันนี้

เป็นความเห็นที่ฝังแน่นอยู่ในใจมานานของคนผู้ไม่รู้ความจริง

เมื่อไม่รู้จึงกล่าวว่า บุคคลเป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิด


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka