Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 662

<< | หน้าที่ 662 | >>
[๖๗๘] สัตว์นรกผู้ทำกรรมชั่วหยาบไว้ประจำ

ย่อมหมกไหม้อยู่ในน้ำที่มีหมู่หนอนยั้วเยี้ยในโลหกุมภี

นรกแต่ละขุมนั้น ๆ ไม่มีฝั่งที่จะให้ขึ้นอาศัยเลย

เพราะมีกระทะครอบอยู่อย่างมิดชิดรอบทุกทิศ

[๖๗๙] ยังมีป่าไม้ที่มีใบคม เหมือนดาบขึ้นอยู่ทั่วไป

ซึ่งพวกสัตว์นรกเข้าไปก็จะถูกตัดลำตัวขาดทันที

นายนิรยบาลก็จะเอาเบ็ดเกี่ยวลิ้น

ทรมานด้วยการดึงออกมาเรื่อย ๆ

[๖๘๐] ต่อจากนั้น สัตว์นรกนั้นต้องตกนรกน้ำกรดซึ่งเป็นแอ่ง

ถูกคมมีดโกนคมกริบกรีดตามตัว

สัตว์ที่โง่เขลาชอบทำบาปไว้มาก

จึงต้องตกลงไปบนคมมีดโกนนั้น

[๖๘๑] เพราะได้เคยก่อกรรมทำเข็ญไว้

สัตว์นรกจึงถูกสุนัขดำด่าง

และสุนัขจิ้งจอกรุมทึ้งกัดกิน ร้องคร่ำครวญอยู่ในที่นั้น ๆ

ซ้ำยังถูกฝูงแร้ง กา และนกตะกรุมรุมทึ้งจิกกินอีก

[๖๘๒] คนผู้ชอบทำกรรมชั่วหยาบเป็นประจำ ต้องรู้แก่ใจว่า

การดำรงอยู่ในนรกนี้ทุกข์ยากลำบากจริง ๆ

เพราะฉะนั้น นรชนจึงควรรีบทำกิจที่ควรทำแต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นี้

และไม่ควรประมาท

[๖๘๓] เกวียนบรรทุกงาที่ผู้รู้ทั้งหลายนับคำนวณ

แล้วนำเข้าไปเปรียบกับอายุสัตว์ที่เกิดในปทุมนรก

ก็ได้เท่ากับ ๕๑,๒๐๐ โกฏิ

[๖๘๔] สัตว์นรกทั้งหลาย ต้องอยู่ในนรกซึ่งมีทุกข์มากมาย

ตามที่เรากล่าวไว้ในที่นี้ ตลอดระยะเวลายาวนาน

เพราะฉะนั้น บุคคลควรกำหนดรักษาวาจาใจให้เป็นปกติ

ในท่านผู้บริสุทธิ์ มีศีลเป็นที่รัก และมีคุณงามความดี

โกกาลิกสูตรที่ ๑๐ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka