Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 664

<< | หน้าที่ 664 | >>
[๖๙๐] พระโพธิสัตว์นั้น เป็นบุคคลผู้เลิศเป็นผู้สูงสุดในสรรพสัตว์

เป็นนรชนผู้องอาจ ประเสริฐสูงสุดในหมู่สัตว์ทั้งปวง

จะทรงประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนะ

เปรียบเหมือนพญาราชสีห์ มีกำลัง

มีอำนาจเหนือหมู่เนื้อบันลือสีหนาทอยู่

[๖๙๑] อสิตฤๅษีนั้นฟังเสียงของเทวดานั้นแล้ว

จึงรีบลงเข้าไปสู่ที่ประทับของพระเจ้าสุทโธทนะ ณ เวลานั้นทันที

ครั้นนั่งแล้วได้ทูลถามเจ้าศากยะทั้งหลายในที่นั้นว่า

พระกุมารประทับอยู่ที่ไหน อาตมภาพประสงค์จะเฝ้า

[๖๙๒] ลำดับนั้น เจ้าศากยะทั้งหลาย

ได้ทรงนำพระกุมาร ผู้ทรงเปล่งปลั่งดังทอง

ที่ปากเบ้าซึ่งช่างทองผู้ชำนาญหลอมดีแล้ว

ทรงรุ่งเรืองยิ่งด้วยพระสิริ มีพระฉวีวรรณผุดผ่อง

เป็นพระโอรสผู้ประเสริฐ

ออกมาให้อสิตฤๅษีเฝ้าชมพระบารมี

[๖๙๓] อสิตฤๅษีได้เห็นพระกุมารผู้ทรงรุ่งเรืองดังเปลวไฟ

เหมือนดวงจันทร์เพ็ญลอยเด่นในนภากาศ

มีแสงพราวกว่าหมู่ดาว

ดุจดวงอาทิตย์พ้นจากเมฆแผดแสงอยู่ในสารทกาล

จึงเกิดความยินดี ได้รับปีติไพบูลย์

[๖๙๔] ทวยเทพกั้นเศวตฉัตร มีซี่มากมาย

ประกอบด้วยชั้น ๑,๐๐๐ ชั้น ไว้ในนภากาศ

จามรด้ามทองทั้งหลาย โบกไปมาอยู่

แต่ผู้ถือจามรและเศวตฉัตรไม่ปรากฏ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka