Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 689

<< | หน้าที่ 689 | >>
[๗๘๑] สัตว์เหล่านั้นยินดีขวนขวาย ลุ่มหลงในกามทั้งหลาย

เป็นผู้ตกต่ำ ตั้งอยู่ในกรรมที่ผิด

ประสบทุกข์แล้วจึงคร่ำครวญอยู่ว่า

เราจุติจากภพนี้ จักเป็นอะไรหนอ

[๗๘๒] เพราะฉะนั้น สัตว์เกิดพึงศึกษาในที่นี้

พึงรู้จักกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกว่า เป็นกรรมที่ผิด

ไม่พึงประพฤติผิดเพราะเหตุแห่งกรรมที่ผิดนั้น

นักปราชญ์กล่าวว่า ชีวิตนี้เป็นของน้อย

[๗๘๓] เราเห็นหมู่สัตว์นี้ผู้ตกไปในอำนาจตัณหาในภพทั้งหลาย

กำลังดิ้นรนอยู่ในโลก

นรชนที่เลวผู้ยังไม่คลายตัณหาในภพน้อยภพใหญ่

ร่ำไรอยู่ใกล้ปากมัจจุราช

[๗๘๔] พวกเธอจงดูหมู่สัตว์ผู้กำลังดิ้นรนอยู่

เพราะวัตถุที่ยึดถือว่าเป็นของเรา

เหมือนฝูงปลาในน้ำน้อยสิ้นกระแสแล้ว

นรชนเห็นโทษนี้แล้วก็อย่าก่อตัณหาเครื่องเกี่ยวข้องในภพทั้งหลาย

พึงประพฤติไม่ยึดถือว่า เป็นของเรา

[๗๘๕] นักปราชญ์พึงกำจัดความพอใจในส่วนสุดทั้ง ๒ ด้าน

กำหนดรู้ผัสสะ แล้ว ก็ไม่ติดใจ

๑ คำว่า สัตว์เกิดพึงศึกษาในที่นี้ ดูรายละเอียดใน ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๐/๔๘-๔๙
๒ ภพทั้งหลาย ในที่นี้หมายถึงกามภพ รูปภพ และอรูปภพ (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๑/๕๗)
๓ ผัสสะ หมายถึงความสัมผัสอารมณ์ที่มากระทบ เช่น ตากระทบกับรูป หรือตาเห็นรูป เรียกจักขุสัมผัส เป็นต้น (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๓/๖๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka