Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 690

<< | หน้าที่ 690 | >>
ติเตียนกรรมใดด้วยตน ก็ไม่ทำกรรมนั้น

ไม่ติดในสิ่งที่ได้เห็นและได้ยินแล้ว

[๗๘๖] มุนีกำหนดรู้สัญญาแล้ว ไม่เข้าไปติดในความยึดถือทั้งหลาย

พึงข้ามโอฆะได้ ถอนลูกศรได้แล้ว ไม่ประมาท

ประพฤติอยู่ ย่อมไม่หวังโลกนี้และโลกหน้า

คุหัฏฐกสูตรที่ ๒ จบ


๓. ทุฏฐัฏฐกสูตร


ว่าด้วยเรื่องเดียรถีย์กับมุนี


(พระผู้มีพระภาคตรัสแก่พระอานนท์ดังนี้)

{๔๑๐} [๗๘๗] เดียรถีย์บางพวกมีใจชั่วกล่าวร้าย

บุคคลเหล่าอื่นเข้าใจว่าจริงก็กล่าวร้ายด้วย

แต่มุนีย่อมไม่ใส่ใจคำกล่าวร้ายที่เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น มุนีจึงไม่มีกิเลสเครื่องตรึงจิตในที่ไหน ๆ

[๗๘๘] ผู้ไปตามความพอใจ ตั้งอยู่ในความชอบใจ

พึงก้าวล่วงทิฏฐิของตนได้อย่างไรเล่า

แต่เมื่อทำตนให้เพียบพร้อม รู้อย่างไรก็พึงพูดอย่างนั้น

[๗๘๙] สัตว์เกิดใดไม่มีใครถาม

ก็บอกศีลและวัตรของตนแก่บุคคลเหล่าอื่น

สัตว์เกิดใดกล่าวถึงตัวเองเท่านั้น

ผู้ฉลาดทั้งหลายเรียกสัตว์เกิดนั้นว่า ผู้ไม่มีอริยธรรม

[๗๙๐] ส่วนภิกษุผู้สงบ ดับกิเลสแล้ว

ไม่โอ้อวดในศีลทั้งหลายว่า เราเป็นดังนี้

๑ ดูเทียบคำแปลพร้อมทั้งอธิบายใน ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๕-๒๒/๗๔-๑๐๐

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka