Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 693

<< | หน้าที่ 693 | >>
สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมยึดถือ ย่อมสลัดทิ้ง

เหมือนลิงจับกิ่งไม้แล้วก็ปล่อย ฉะนั้น

[๗๙๙] สัตว์เกิดสมาทานวัตรทั้งหลายเอง

ข้องอยู่ในสัญญา ย่อมดำเนินไปลุ่ม ๆ ดอน ๆ

ส่วนผู้มีความรู้ รู้ธรรมด้วยเวททั้งหลาย แล้ว

เป็นผู้มีปัญญาอันไพบูลย์

ย่อมไม่ดำเนินไปลุ่ม ๆ ดอน ๆ

[๘๐๐] ผู้มีปัญญานั้น เป็นผู้กำจัดเสนาในธรรมทั้งปวง คือ

รูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน หรืออารมณ์ที่รับรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง

ใคร ๆ ในโลกนี้จะพึงกำหนดผู้มีปัญญานั้น

ผู้เห็นผู้ประพฤติเปิดเผยด้วยเหตุอะไรเล่า

[๘๐๑] สัตบุรุษทั้งหลายย่อมไม่กำหนด ไม่เชิดชู

สัตบุรุษเหล่านั้นไม่กล่าวว่าเป็นความหมดจดสุดโต่ง

สลัดกิเลสเครื่องร้อยรัดอันเป็นเหตุยึดมั่น ที่ร้อยรัดไว้แล้ว

ไม่ก่อความหวังในที่ไหน ๆ ในโลก

[๘๐๒] พระอรหันต์เป็นผู้ไปพ้นเขตแดน แล้ว เป็นพราหมณ์

เพราะรู้และเห็น พระอรหันต์นั้นจึงไม่มีความถือมั่น

ไม่มีความกำหนัดในกามคุณอันเป็นที่กำหนัด

ไม่กำหนัดในสมาบัติเป็นที่คลายกำหนัด

พระอรหันต์นั้นจึงไม่มีความถือมั่นว่า ยอดเยี่ยมในโลกนี้

สุทธัฏฐกสูตรที่ ๔ จบ


๑ ข้องอยู่ในสัญญา หมายถึงพัวพันอยู่ในกามสัญญา พยาบาทสัญญา วิหิงสาสัญญา และทิฏฐิสัญญา (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๗/๑๑๒)
๒ รู้ธรรมด้วยเวททั้งหลาย หมายถึงรู้อริยสัจ ๔ ด้วยมรรคญาณ ๔ (ขุ.สุ.อ. ๒/๗๙๙/๓๖๓)
๓ เขตแดน หมายถึงกิเลส (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๐๒/๓๖๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka