Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 692

<< | หน้าที่ 692 | >>
๔. สุทธัฏฐกสูตร


ว่าด้วยผู้พิจารณาเห็นความหมดจด


(พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายดังนี้)

{๔๑๑} [๗๙๕] เราเห็นนรชนผู้หมดจดว่า เป็นผู้ไม่มีโรคอย่างยิ่ง

ความหมดจดย่อมมีแก่นรชนเพราะความเห็น

บุคคลเมื่อรู้จริงอย่างนี้ก็รู้ว่า ความเห็นนี้ยอดเยี่ยม

จึงเป็นผู้พิจารณาเห็นความหมดจด

เพราะฉะนั้น ย่อมเชื่อว่า ความเห็นนั้นเป็นญาณ

[๗๙๖] ถ้าความหมดจดมีแก่นรชนเพราะความเห็น

หรือนรชนนั้นละทุกข์ได้เพราะญาณ

นรชนผู้ยังมีอุปธินั้นย่อมหมดจดเพราะมรรคอื่น(ก็ได้)

เพราะว่า ทิฏฐิย่อมบ่งบอกถึงนรชนนั้นผู้พูดอย่างนั้น

[๗๙๗] พราหมณ์ ไม่กล่าวความหมดจดในรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน

ศีลและวัตรหรืออารมณ์ที่รับรู้โดยมรรคอื่น

พราหมณ์นั้นผู้ไม่เข้าไปติดในบุญและบาป ละอัตตาได้

เรียกว่า ผู้ไม่ทำเพิ่มเติมในโลกนี้

[๗๙๘] สมณพราหมณ์เหล่านั้นละสิ่งแรก อาศัยสิ่งหลัง

ไปตามความพลุ่งพล่าน

ย่อมข้ามกิเลสเครื่องข้องไม่ได้

๑ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๓-๓๐/๑๐๑-๑๒๓
๒ พราหมณ์ ในที่นี้หมายถึงผู้ลอยบาปธรรม ๗ ประการ คือ (๑) สักกายทิฏฐิ (๒) วิจิกิจฉา (๓) สีลัพพตปรามาส (๔) ราคะ (๕) โทสะ (๖) โมหะ (๗) มานะ (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๕/๑๐๔)
๓ ละอัตตาได้ หมายถึงละ สละ และคายความยึดมั่นถือมั่น ความติดใจ ความน้อมใจเชื่อว่าเป็นอัตตาด้วย อำนาจตัณหา ด้วยอำนาจทิฏฐิ (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๕/๑๐๙)
๔ ความพลุ่งพล่าน ในที่นี้หมายถึงตัณหา (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๖/๑๑๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka