Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 696

<< | หน้าที่ 696 | >>
[๘๑๒] ชนทั้งหลายย่อมเศร้าโศก เพราะวัตถุที่ยึดถือว่า เป็นของเรา

เพราะความยึดถือที่เที่ยงแท้ไม่มีอยู่

ความพลัดพรากจากกันนี้เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง

กุลบุตรเห็นดังนี้แล้ว ไม่พึงครองเรือน

[๘๑๓] บุรุษย่อมสำคัญเบญจขันธ์ใดว่า นี้ของเรา

เบญจขันธ์นั้นบุรุษนั้นย่อมละไปเพราะความตาย

บัณฑิตผู้เป็นพุทธมามกะ รู้ชัดโทษนี้แล้ว

ไม่พึงน้อมไปเพื่อความยึดถือว่า เป็นของเรา

[๘๑๔] บุรุษผู้ตื่นขึ้นแล้ว

ไม่เห็นสิ่งที่เกี่ยวข้องด้วยความฝัน ฉันใด

ใคร ๆ ก็ไม่เห็นชนผู้เป็นที่รัก ซึ่งตายจากไปแล้ว ฉันนั้น

[๘๑๕] ชื่อของชนเหล่าใดที่กล่าวกันอยู่นี้

ชนเหล่านั้นยังเห็นกันอยู่บ้าง ยังได้ยินกันอยู่บ้าง

สัตว์เกิดจากไปแล้ว เหลือไว้แต่ชื่อเท่านั้นเพื่อกล่าวขานกัน

[๘๑๖] ชนทั้งหลายผู้ติดใจในวัตถุที่ยึดถือว่า เป็นของเรา

ย่อมละทิ้งความเศร้าโศก ความคร่ำครวญ และความตระหนี่ไม่ได้

เพราะฉะนั้น มุนีผู้เห็นแดนเกษม ละความยึดถือได้แล้ว เที่ยวไป

[๘๑๗] บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการไม่แสดงตนในภพ

ของภิกษุผู้ประพฤติหลีกเร้น ใช้ที่นั่งอันสงัดนั้นว่า

เป็นความสามัคคี

[๘๑๘] มุนีไม่อาศัยในสิ่งทั้งปวง ไม่ทำสิ่ง ไหนให้เป็นที่รัก

และไม่ทำสิ่งไหนให้ไม่เป็นที่รัก

ความคร่ำครวญและความตระหนี่ไม่ติดอยู่ในมุนีนั้น

เหมือนหยาดน้ำไม่ติดอยู่บนใบบัว ฉะนั้น

๑ สิ่งทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงอายตนะ ๑๒ คือ ตาและรูป หูและเสียง จมูกและกลิ่น ลิ้นและรส กายและ โผฏฐัพพะ ใจและธรรมารมณ์ (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๐๘/๓๗๑) และดู ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๔๖/๑๖๑
๒ สิ่ง ในที่นี้หมายถึงสัตว์และสังขาร (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๑๘/๓๗๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka