Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 705

<< | หน้าที่ 705 | >>
ดอกบัวก้านมีหนามเกิดในน้ำ

ไม่แปดเปื้อนด้วยน้ำและโคลนตม ฉันใด

มุนีผู้กล่าวเรื่องความสงบ ก็ไม่ยินดี

ไม่แปดเปื้อนในกามและโลก ฉันนั้น

[๘๕๓] มุนีผู้จบเวทนั้น ย่อมไม่ไปด้วยทิฏฐิ

ไม่ถึงความถือตัวด้วยอารมณ์ที่รับรู้

มุนีนั้นผู้ไม่มีตัณหาและทิฏฐินั้น ไม่ถูกกรรมและสุตะนำไป

มุนีนั้นไม่ถูกตัณหาและทิฏฐินำเข้าไปในที่อาศัยทั้งหลาย

[๘๕๔] มุนีผู้เว้นจากสัญญาแล้ว ย่อมไม่มีกิเลสเครื่องร้อยรัด

มุนีผู้หลุดพ้นด้วยปัญญาแล้ว ย่อมไม่มีความลุ่มหลง

ชนเหล่าใดยังยึดถือสัญญาและทิฏฐิ

ชนเหล่านั้นย่อมเที่ยวกระทบกระทั่งกันในโลก

มาคันทิยสูตรที่ ๙ จบ


๑๐. ปุราเภทสูตร


ว่าด้วยก่อนการดับขันธปรินิพพาน


(พระพุทธเนรมิตทูลถามดังนี้)

{๔๑๗} [๘๕๕] บุคคลมีทัสสนะ อย่างไร มีศีล อย่างไร

จึงเรียกว่า เป็นผู้สงบ แล้ว

ข้าแต่พระโคตมะ ข้าพระองค์ทูลถามแล้ว

ขอพระองค์โปรดตรัสบอกนรชนผู้สูงสุดนั้นแก่ข้าพระองค์เถิด

๑ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๘๓-๙๖/๒๔๖-๒๙๖
๒ ทัสสนะ ในที่นี้หมายถึงอธิปัญญา (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๕๕/๓๘๘, ขุ.ม.อ. ๘๓/๓๑๕)
๓ ศีล ในที่นี้หมายถึงอธิศีล (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๕๕/๓๘๘, ขุ.ม.อ. ๘๓/๓๑๕)
๔ สงบ ในที่นี้หมายถึงอธิจิต (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๕๕/๓๘๘, ขุ.ม.อ. ๘๓/๓๑๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka