Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 706

<< | หน้าที่ 706 | >>
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

[๘๕๖] ก่อนดับขันธปรินิพพาน พระอรหันต์เป็นผู้คลายตัณหา

ไม่ติดอยู่กับความเพลิดเพลินที่มีอยู่ในส่วนเบื้องต้น

ใคร ๆ กำหนดไม่ได้ในส่วนท่ามกลาง

พระอรหันต์นั้นมิได้มุ่งหวังถึงตัณหาและทิฏฐิ (ในส่วนเบื้องปลาย)

[๘๕๗] บุคคลผู้ไม่โกรธ ไม่สะดุ้ง ไม่โอ้อวด

ไม่คะนอง พูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน

เป็นผู้สำรวมวาจานั้นแล ชื่อว่า เป็นมุนี

[๘๕๘] บุคคลผู้ไม่มีตัณหาเครื่องเหนี่ยวรั้งในอนาคต

ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว

ผู้เห็นวิเวกในผัสสะทั้งหลาย

ย่อมไม่ถูกนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย

[๘๕๙] บุคคลนั้นเป็นผู้หลีกเร้น

ไม่หลอกลวง ไม่ทะเยอทะยาน

ไม่ตระหนี่ ไม่คะนอง ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ

และไม่ประกอบในความเป็นผู้มีวาจาส่อเสียด

[๘๖๐] บุคคลผู้ไม่ยินดีในสิ่งที่น่ายินดี

ไม่ประกอบในความดูหมิ่น

ละเอียดอ่อน มีปฏิภาณ

ไม่ต้องเชื่อใคร และไม่ต้องคลายกำหนัด

[๘๖๑] บุคคลไม่ศึกษาเพราะอยากได้ลาภ

ไม่โกรธเพราะไม่ได้ลาภ

ไม่เดือดดาลและไม่ยินดีในรสเพราะตัณหา

๑ ตระหนี่ มี ๕ อย่าง (๑) อาวาสมัจฉริยะ(ตระหนี่ที่อยู่) (๒) กุลมัจฉริยะ(ตระหนี่ตระกูล) (๓) ลาภมัจฉริยะ (ตระหนี่ลาภ) (๔) วัณณมัจฉริยะ(ตระหนี่วรรณะ) (๕) ธัมมมัจฉริยะ(ตระหนี่ธรรม) (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๘๗/๒๖๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka