Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 707

<< | หน้าที่ 707 | >>
[๘๖๒] บุคคลเป็นผู้วางเฉย มีสติทุกเมื่อ

ไม่สำคัญว่าเสมอเขา ไม่สำคัญว่าเลิศกว่าเขา

ไม่สำคัญว่าด้อยกว่าเขา ในโลก

กิเลสหนาย่อมไม่มีแก่บุคคลนั้น

[๘๖๓] บุคคลใดไม่มีที่อาศัย

ไม่มีตัณหาในภพหรือในวิภพ

บุคคลนั้นรู้ธรรมแล้วไม่ต้องอาศัย

[๘๖๔] เราเรียกบุคคลนั้นผู้ไม่มุ่งหวังในกามทั้งหลายว่า

เป็นผู้เข้าไปสงบ บุคคลนั้นไม่มีกิเลสเครื่องร้อยรัด

ข้ามตัณหาที่ชื่อว่า วิสัตติกา ได้แล้ว

[๘๖๕] บุคคลนั้นไม่มีบุตร สัตว์เลี้ยง นา ไร่ และที่ดิน

ทิฏฐิว่า มีอัตตา หรือทิฏฐิว่า ไม่มีอัตตา หาไม่ได้ในบุคคลนั้น

[๘๖๖] เหล่าปุถุชน หรือสมณพราหมณ์

พึงกล่าวหาบุคคลนั้นด้วยโทษ ใด

โทษนั้น ไม่เชิดชูบุคคลนั้นเลย

เพราะฉะนั้น บุคคลนั้นจึงไม่หวั่นไหวในเพราะวาทะทั้งหลาย

[๘๖๗] บุคคลผู้เป็นมุนี เป็นผู้คลายความยินดี ไม่ตระหนี่

ย่อมไม่กล่าวในเรื่องเลิศกว่าเขา

ไม่กล่าวในเรื่องเสมอเขา ไม่กล่าวในเรื่องด้อยกว่าเขา

เป็นผู้ไม่มีความกำหนด ย่อมไม่ถึงความกำหนด

๑ ภพ หมายถึงสัสสตทิฏฐิหรือภวทิฏฐิ วิภพ หมายถึงอุจเฉททิฏฐิ หรือวิภวทิฏฐิ (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๖๓/๓๙๐) และดู ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๙๑/๒๘๕)
๒ ดูสุตตนิบาตข้อ ๗๙๔ หน้า ๖๙๑ ในเล่มนี้ และดู ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๒/๙๘-๑๐๐, ๙๓/๒๘๘-๒๘๙ ประกอบ
๓ โทษ หมายถึงกิเลสมีราคะเป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๖๖/๓๙๐)
๔ ความกำหนด(กัปปะ) มี ๒ อย่าง คือ (๑) กำหนดด้วยอำนาจตัณหา (๒) กำหนดด้วยอำนาจทิฏฐิ (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๙๕/๒๙๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka