Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 718

<< | หน้าที่ 718 | >>
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

[๙๐๕] สมณพราหมณ์ผู้กล่าวอ้างศีลว่า สูงสุด

สมาทานวัตรแล้ว ดำรงอยู่

ได้กล่าวความหมดจดด้วยความสำรวมว่า

พวกเราศึกษาในทิฏฐินี้แหละ และศึกษาความหมดจดแห่งวัตรนั้น

สมณพราหมณ์เหล่านั้นอ้างตนว่า เป็นคนฉลาด

ย่อมเป็นผู้ถูกนำเข้าสู่ภพ

[๙๐๖] ถ้าบุคคลเคลื่อนจากศีลและวัตร

พลาดกรรมแล้วก็หวั่นไหว

เขาย่อมเฝ้าแต่พร่ำเพ้อและปรารถนาความหมดจด

เหมือนคนออกจากเรือนอยู่ร่วมกับพวกเดินทาง

พลัดพรากจากพวก ฉะนั้น

[๙๐๗] อริยสาวกละศีลและวัตรได้ทั้งหมด

ละกรรมที่มีโทษและกรรมที่ไม่มีโทษ เสียได้

ไม่ปรารถนาความหมดจดและความไม่หมดจด

งดเว้นแล้ว ไม่ยึดมั่นทิฏฐิที่มีอยู่เที่ยวไป

[๙๐๘] สมณพราหมณ์เข้าไปอาศัยตบะที่ตนเกลียดชังนั้น

เข้าไปอาศัยรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน หรืออารมณ์ที่รับรู้

เป็นผู้กล่าวความหมดจดในสงสารข้างหน้า

ยังไม่คลายตัณหาในภพน้อยภพใหญ่

จึงยังพร่ำพูดถึงความหมดจดอยู่

๑ กรรมที่มีโทษและกรรมที่ไม่มีโทษ หมายถึงอกุศลทั้งปวง ได้แก่ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ และโลกิยกุศลได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๒/๙๐๗/๔๐๑, ที.ปา.อ. ๓/๓๑๒/๒๒๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka