Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 122

<< | หน้าที่ 122 | >>
(พระราชกุมารตรัสถามว่า)

[๙๙๑] ข้าพเจ้านั้นพึงไปชนบทไหน ทำการงานอะไร

และทำหน้าที่ของบุรุษอย่างไร หรือใช้วิชาอะไร จึงจะไม่แก่ไม่ตาย

(พระมหากัจจายนเถระทูลว่า)

[๙๙๒] พระราชโอรส ไม่มีสถานที่ที่สัตว์ไปแล้วไม่พึงแก่ไม่พึงตาย

ทั้งการงาน วิชา และหน้าที่ของบุรุษ

ที่สัตว์ทำแล้วจะไม่พึงแก่ไม่พึงตาย ก็ไม่มี

[๙๙๓] แม้ชนทั้งหลายที่มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก

ถึงจะเป็นกษัตริย์ผู้ครองแว่นแคว้น

มีทรัพย์และธัญญาหารมากมาย

จะไม่แก่ไม่ตาย ก็ไม่มีเลย

[๙๙๔] ถึงท่านผู้เป็นบุตรของชาวอันธกเวณฑุ ผู้ได้ศึกษาแล้ว

มีความสามารถแกล้วกล้าประหารข้าศึกได้

แม้ท่านเหล่านั้นซึ่งเสมอด้วยสิ่งที่ยั่งยืน

ก็ต้องถึงความสิ้นอายุสลายไป

[๙๙๕] แม้เหล่าชนที่เป็นกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์

ศูทร จัณฑาล ปุกกุสะ และชนประเภทอื่น

โดยชาติกำเนิดซึ่งจะไม่แก่ไม่ตายไม่มี

[๙๙๖] แม้เหล่าชนผู้ร่ายมนตร์พรหมจินดามีองค์ ๖

และเหล่าชนที่ใช้วิชาอื่น ๆ จะไม่แก่ไม่ตาย ก็ไม่มี

[๙๙๗] อนึ่ง แม้ฤๅษีทั้งหลายผู้สงบ สำรวมตน บำเพ็ญตบะ

ก็ยังต้องละทิ้งร่างกายไปตามกาลอันสมควร

๑ มนตร์พรหมจินดามีองค์ ๖ คือ ๑. กัปปะ (ว่าด้วยวิธีเกี่ยวกับการบูชายัญ) ๒. พยากรณ์ (แสดงการแยกปกติ) ๓. นิรุตติ (แสดงรูปศัพท์ เติมปัจจัย) ๔. สิกขา (แสดงฐานกรณ์ และปตยนะของอักษร) ๕. ฉันโทวิจิติ (แสดงลักษณะของฉันท์) ๖. โชติสัตถะ (แสดงลักษณะของดวงดาวที่บ่งถึงความเจริญหรือความเสื่อมของ มนุษย์) (ขุ.วิ.อ. ๙๙๖/๓๐๙) เทียบ เวทางคศาสตร์ของพราหมณ์ มี ๖ อย่าง คือ ๑. ศึกษาวิธีออกเสียง คำในพระเวทให้ถูกต้อง ๒. ไวยากรณ์ ๓. ฉันท์ ๔. เชยติส คือดาราศาสตร์ ๕. นิรุกติ คือกำเนิดของคำ และ ๖. กัลปะ คือวิธีจัดทำพิธี (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ หน้า ๗๗๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka