บัดนี้ พระเถระเมื่อกล่าวสัมมาปฏิบัติของตน ซึ่งสมควรแก่พระ-
ราชกุมารนั้น จึงทูลว่า
ดูก่อนกุมาร เราชอบใจการไม่เบียดเบียนสัตว์
ทั้งปวง การงดเว้นลักขโมย งดเว้นการประพฤติ
ล่วงเกิน งดเว้นดื่มน้ำเมา งดบาปธรรม ความประ-
พฤติสงบ ความเป็นพหูสูต ความเป็นคนกตัญญู
ธรรมเหล่านี้ กุลบุตรสรรเสริญในปัจจุบัน อันวิญญู-
ชนพึงสรรเสริญ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อารติ สมจริยา จ ได้แก่ การงด
เว้นขาดจากบาปธรรมตามที่กล่าวแล้ว และความประพฤติสงบมีความสงบ
กายเป็นต้น. บทว่า พาหุสจฺจํ ได้แก่ ความเป็นพหูสูตทางปริยัติ. บทว่า
กตญฺญุตา ได้แก่ การรู้อุปการะที่คนเหล่าอื่นกระทำแก่ตน. บทว่า
ปาสํสา ความว่า อันกุลบุตรทั้งหลายผู้ต้องการประโยชน์พึงสรรเสริญ
โดยการกระทำทั่วไป. บทว่า ธมฺมา เอเต ได้แก่ ธรรมมีอหิงสาเป็นต้น
ตามที่กล่าวแล้ว. บทว่า ปสํสิยา แปลว่า อันวิญญูชนทั้งหลายพึงสรรเสริญ.
พระเถระกล่าวสัมมาปฏิบัติที่สมควรแก่พระราชกุมารนั้นอย่างนี้แล้ว
ตรวจดูอายุสังขารด้วยอนาคตังสญาณ เห็นว่าอายุของเขาเหลือเพียงห้า
เดือนเท่านั้น เพื่อจะให้เขาสลดใจแล้วทั้งอยู่ในสัมมาปฏิบัตินั้นมั่นคง จึง
กล่าวคาถานี้ว่า
ดูก่อนราชโอรส ท่านจงรู้เถิดว่า อีกห้าเดือน
ข้างหน้าท่านจักสิ้นพระชนม์ ท่านจงเปลื้องตนเถิด.