Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 508

เล่ม มมร. 48 หน้า 508 ข้อ 63
บัดนี้ พระเถระเมื่อกล่าวสัมมาปฏิบัติของตน ซึ่งสมควรแก่พระ- ราชกุมารนั้น จึงทูลว่า ดูก่อนกุมาร เราชอบใจการไม่เบียดเบียนสัตว์ ทั้งปวง การงดเว้นลักขโมย งดเว้นการประพฤติ ล่วงเกิน งดเว้นดื่มน้ำเมา งดบาปธรรม ความประ- พฤติสงบ ความเป็นพหูสูต ความเป็นคนกตัญญู ธรรมเหล่านี้ กุลบุตรสรรเสริญในปัจจุบัน อันวิญญู- ชนพึงสรรเสริญ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อารติ สมจริยา จ ได้แก่ การงด เว้นขาดจากบาปธรรมตามที่กล่าวแล้ว และความประพฤติสงบมีความสงบ กายเป็นต้น. บทว่า พาหุสจฺจํ ได้แก่ ความเป็นพหูสูตทางปริยัติ. บทว่า กตญฺญุตา ได้แก่ การรู้อุปการะที่คนเหล่าอื่นกระทำแก่ตน. บทว่า ปาสํสา ความว่า อันกุลบุตรทั้งหลายผู้ต้องการประโยชน์พึงสรรเสริญ โดยการกระทำทั่วไป. บทว่า ธมฺมา เอเต ได้แก่ ธรรมมีอหิงสาเป็นต้น ตามที่กล่าวแล้ว. บทว่า ปสํสิยา แปลว่า อันวิญญูชนทั้งหลายพึงสรรเสริญ. พระเถระกล่าวสัมมาปฏิบัติที่สมควรแก่พระราชกุมารนั้นอย่างนี้แล้ว ตรวจดูอายุสังขารด้วยอนาคตังสญาณ เห็นว่าอายุของเขาเหลือเพียงห้า เดือนเท่านั้น เพื่อจะให้เขาสลดใจแล้วทั้งอยู่ในสัมมาปฏิบัตินั้นมั่นคง จึง กล่าวคาถานี้ว่า ดูก่อนราชโอรส ท่านจงรู้เถิดว่า อีกห้าเดือน ข้างหน้าท่านจักสิ้นพระชนม์ ท่านจงเปลื้องตนเถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka