Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 138

<< | หน้าที่ 138 | >>
[๑๑๐๕] เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์

ได้เห็นสมณะทั้งหลายผู้ดีงาม ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ

มีบริวารยศ เป็นพหูสูต มีศีล มีอินทรีย์ผ่องใส

จึงมีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำ

เป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ

[๑๑๐๖-๑๑๐๗] เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ทุติยกุณฑลีวิมานที่ ๙ จบ


๑๐. ปายาสิวิมาน


ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่บุรุษผู้เป็นคนรับใช้เจ้าปายาสิ


(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

{๗๔} [๑๑๐๘] วิมานของท่านนี้เปรียบเสมือนสุธัมมสภาของท้าวสักกเทวราช

อันเป็นสภาที่หมู่เทพนั่งประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง

ส่องแสงสว่างไสวอยู่ในอากาศ

[๑๑๐๙] ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก

เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้

เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง

และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

[๑๑๑๐] เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม

จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

[๑๑๑๑] เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์

เป็นชายหนุ่มรับใช้ของเจ้าปายาสิ ได้ทรัพย์มาแล้วก็ทำการแจกจ่าย

อนึ่ง ท่านผู้มีศีลทั้งหลายเป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส

ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka