Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 466

<< | หน้าที่ 466 | >>
[๗๕๑] เราจะปฏิบัติตามธรรมของใครคือสมณะ

หรือพราหมณ์หรือใครผู้แสดงธรรมเป็นเหตุกำจัดกิเลส

ที่จะลอยชราและมรณะเสียได้

[๗๕๒] จิตของเราถูกร้อยไว้ด้วยความลังเลสงสัย

ประกอบด้วยความแข่งดีมีกำลัง ถึงความกระด้าง

เพราะใจประกอบด้วยความโกรธ ถูกความโลภคอยทำลาย

[๗๕๓] เชิญท่านดูลูกศรคือทิฏฐิ ๓๐ ประเภท

อันมีธนูคือตัณหาเป็นสมุฏฐานเนื่องอยู่ในอก

มีกำลังทำลายหทัยอยู่เถิด

[๗๕๔] การไม่ละทิฏฐิที่เหลือ เป็นอันถูกลูกศร

คือความดำริผิดให้อาจหาญ

เราถูกยิงด้วยลูกศรคือทิฏฐินั้นหวั่นไหวอยู่

เหมือนใบไม้ไหวเพราะต้องลม

[๗๕๕] บาปกรรมตั้งขึ้นภายในเรา พลันให้ผล

เป็นไปในร่างกายที่มีผัสสายตนะ ๖ ทุกเมื่อ

[๗๕๖] เรายังไม่พบหมอที่จะช่วยถอนลูกศร ของเรานั้นได้เลย

ทั้งหมดนั้นก็ไม่สามารถใช้เครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ

ศัสตรา เวทมนต์ และยาอื่น ๆ ถอนลูกศรนั้นได้

[๗๕๗] ใครเล่าไม่ต้องใช้ศัสตรา ไม่ทำร่างกายให้เป็นแผล

ไม่เบียดเบียนร่างกายทุกส่วน จักถอนลูกศรคือกิเลส

ซึ่งเป็นลูกศรโดยปรมัตถ์ที่เสียบอยู่ภายในหทัยของเราออกได้

๑ คือตั้งแต่สักกายทิฏฐิเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๒/๗๕๔/๓๑๕)
๒ ผัสสายตนะ ๖ ได้แก่ ๑.จักขุสัมผัส ความกระทบทางตา ๒.โสตสัมผัส ความกระทบทางหู ๓.ฆานสัมผัส ความกระทบทางจมูก ๔.ชิวหาสัมผัส ความกระทบทางลิ้น ๕.กายสัมผัส ความกระทบทางกาย ๖. มโนสัมผัส ความกระทบทางใจ (ที.ปาฏิ. ๑๑/๓๒๓/๒๑๕)
๓ คือทิฏฐิและกิเลส

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka