Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 610

<< | หน้าที่ 610 | >>
(ลำดับนั้น มารดาเมื่อจะชักนำสุนทรีธิดาในทางเนกขัมมะ จึงได้กล่าวภาษิต เหล่านี้ว่า)

[๓๓๐] ลูกสุนทรี ขอความดำริของลูกจงสำเร็จตามที่ลูกปรารถนาเถิด

ลูกเมื่อใช้สอยสิ่งเหล่านี้ คือ ก้อนข้าวที่พึงลุกขึ้นยืนรับ

การเที่ยวแสวงหาอาหาร และนุ่งห่มผ้าบังสุกุล

จงเป็นผู้ไม่มีอาสวะในโลกหน้าเถิด

(พระสุนทรีจึงกล่าวขออนุญาตพระภิกษุณีผู้เป็นอุปัชฌาย์ว่า)

[๓๓๑] ข้าแต่แม่เจ้า ดิฉันเมื่อเป็นสิกขมานา

ก็ชำระทิพยจักขุให้หมดจดได้แล้ว

ดิฉันระลึกรู้ถึงชาติก่อนที่เคยอยู่อาศัยมาได้

[๓๓๒] ข้าแต่แม่เจ้า ผู้มีคุณความดีเป็นผู้งามในหมู่พระเถรี

เพราะอาศัยแม่ท่าน ดิฉันบรรลุวิชชา ๓

ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

[๓๓๓] ข้าแต่แม่เจ้า โปรดอนุญาตเถิดเจ้าค่ะ

ดิฉันประสงค์จะไปกรุงสาวัตถี

จักบันลือสีหนาทในสำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

(พระสุนทรีเถรีไปถึงกรุงสาวัตถีแล้ว เข้าไปยังพระวิหาร ได้เห็นพระศาสดา ประทับนั่งอยู่บนธรรมาสน์ จึงพูดกับตนเองว่า)

[๓๓๔] สุนทรีท่านจงดูพระศาสดาผู้มีพระรัศมีดังทองคำ

มีพระฉวีวรรณเรืองรองดังทองคำ

ทรงฝึกเหล่าชนที่ใคร ๆ ฝึกไม่ได้

ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง

ไม่มีภัยแต่ที่ไหน ๆ

(กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า)


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka