Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 73

<< | หน้าที่ 73 | >>
(เมื่อเหยี่ยวนกเขาตายแล้ว นกมูลไถจึงออกมายืนบนอกของเหยี่ยวนกเขา เปล่งอุทานว่า)

{๑๘๖} [๓๖] เรานั้นเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอุบาย

ยินดีแล้วในที่หากินอันเป็นเขตแห่งบิดา

เห็นประโยชน์ของตนอยู่

เป็นผู้ปราศจากศัตรู ย่อมเบิกบานใจ

สกุณัคฆิชาดกที่ ๘ จบ


๙. อรกชาดก (๑๖๙)


ว่าด้วยศาสดาอรกะสอนการแผ่เมตตา


(พราหมณ์โพธิสัตว์บวชเป็นฤๅษี เมื่อจะสอนหมู่ฤๅษี จึงได้ประกาศอานิสงส์ ของเมตตาว่า)

{๑๘๗} [๓๗] ผู้ใดอนุเคราะห์ชาวโลกทั้งมวลด้วยเมตตาจิตหาประมาณมิได้

ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ และเบื้องขวาง โดยประการทั้งปวง

{๑๘๘} [๓๘] จิตเกื้อกูลหาประมาณมิได้ เป็นจิตบริบูรณ์อันผู้นั้นอบรมดีแล้ว

กรรมใดที่เขาบำเพ็ญแล้วพอประมาณ

กรรมนั้นจักไม่เหลืออยู่ในจิตของเขานั้น

อรกชาดกที่ ๙ จบ


๑๐. กกัณฏกชาดก (๑๗๐)


ว่าด้วยกิ้งก่าได้ทรัพย์


(พระราชาทรงทอดพระเนตรกิริยาของกิ้งก่านั้นซึ่งไม่นอบน้อมเหมือนก่อน จึง ตรัสถามว่า)

๑ เบื้องบน คือแต่พื้นดินจนถึงพรหมโลกชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะ เบื้องต่ำ คือแต่พื้นดินถึงอุสสทนรก ใต้พื้นดิน เบื้องขวาง คือในโลกมนุษย์อันหาประมาณมิได้ (ขุ.ชา.อ. ๓/๓๗/๖๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka