Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 217

<< | หน้าที่ 217 | >>
(พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวว่า)

{๗๘๙} [๙๖] ความเศร้าโศกและความพิไรรำพัน

ไม่ได้ประโยชน์เลยแม้แต่น้อยนิด

คนที่เศร้าโศกเป็นทุกข์ ศัตรูรู้เข้าแล้วย่อมพอใจ

{๗๙๐} [๙๗] ส่วนคนผู้เป็นบัณฑิตรู้หลักในการวินิจฉัยอรรถคดี

ย่อมไม่สะทกสะท้านในเพราะอันตรายในกาลใด ๆ

เขามีใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ยังเหมือนเดิม

ศัตรูเห็นเข้าแล้วย่อมเป็นทุกข์

{๗๙๑} [๙๘] บุคคลพึงได้ประโยชน์ในที่ใดด้วยประการใด ๆ

คือ ด้วยการร่ายมนต์ ด้วยการปรึกษากับบัณฑิต

ด้วยคำอันเป็นสุภาษิต ด้วยการให้สินจ้างรางวัล

หรือด้วยประเพณี พึงพากเพียรพยายาม

ทำประโยชน์ในที่นั้นด้วยประการนั้น ๆ

{๗๙๒} [๙๙] อนึ่ง ในกาลใดบัณฑิตรู้ว่า

ประโยชน์นี้เราหรือบุคคลอื่นไม่พึงได้รับ

แม้ในกาลนั้นบัณฑิตก็ไม่ควรเศร้าโศก พึงอดกลั้น

ด้วยคิดเสียว่า กรรมเป็นของมั่นคง บัดนี้ เราจะทำอะไรได้

ตจสารชาดกที่ ๘ จบ


๙. มิตตวินทุกชาดก (๓๖๙)


ว่าด้วยนายมิตตวินทุกะ


(นายมิตตวินทุกะเห็นเทพบุตรโพธิสัตว์นั้น จึงถามว่า)

{๗๙๓} [๑๐๐] ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรไว้แก่เหล่าเทวดา

ข้าพเจ้าได้กระทำความชั่วอะไรไว้

จักรนี้จึงได้จรดที่ศีรษะแล้วพัดผันอยู่บนกระหม่อมของข้าพเจ้า

๑ ในอรรถกถาแปลว่า ด้วยวงศ์ตระกูล (ขุ.ชา.อ. ๔/๙๘/๔๒๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka